โปรโมชั่น: รับจัดกลุ่มส่วนตัวเท่านั้น! ระยะเวลา: 14 วัน (เทรคกิ้ง 9 วัน) มิตติ้ง: พาช้อปอุปกรณ์เทรค ก่อนเริ่มทริป คนพาเที่ยว: ไกด์คนไทย หยกเองค่ะ ราคานี้รวม: BF + ที่พักในเมือง 5 คืน ราคานี้ไม่รวม: ตั๋วเครื่อง, วีซ่า, ประกัน
  • ภาพรวม
  • โปรแกรม
  • ราคานี้รวม
  • ราคานี้ไม่รวม
  • รีวิวคุณลูกค้า
  • ราคา & โปรโมชั่น
  • คำถามที่พบบ่อย

ทัวร์เทรคกิ้งเนปาลที่ไม่เหมือนใคร มีไกด์ไทย หยกเองค่ะ

แพลนเอง จัดการเอง ดูแลเอง นำเที่ยวเอง และ ให้คำปรึกษาด้วยตัวเอง

การรวมตัวกันของ 2 เส้นทาง Mohare และ Khopra Trek ที่หยกจัดขึ้น ซึ่งอยู่ในเขต Annapurna (เขตเดียวกันกับ Poon Hill, ABC และ Annapurna Circuit) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ใหม่ค่ะ แค่ยังไม่ฮิต ยังไม่เป็นที่รู้จัก ทั้งยังหาคนจัดเทรคและข้อมูลของสองเส้นทางนี้ยากมากอีกด้วย ทำให้เทรคเส้นนี้ไม่พลุ่กพล่าน ยังคงความสวยงามแบบที่ไม่มีการเติมแต่งและมีความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่มากๆ และแน่นอนค่ะ ในแต่ละวันที่เดินนั้น จะเจอคนแค่หลักหน่วยหลักสิบเท่านั้นเองนะคะ ทั้งเงียบสงบ และ ผ่อนคลายสุดๆ นอกเหนือจากนั้น คือ วิวหิมาลัยแบบพาโนรามาที่สวยมากๆ ทั้งยังได้เห็นยอดเขาหิมาลัยตัวแม่ๆ แบบใกล้ชิด แทบทุกวัน ตั้งแต่เย็นวันแรกเลยค่ะ ฟินสุดๆ เลยนะคะ

ทัวร์ Mohare & Khopra Trek

ทั้งหยกยังยินดีจะให้คำแนะนำส่วนตัว คำปรึกษาต่างๆ แนะนำการเลือกซื้อของเทรคกิ้งที่จำเป็น ในราคาประหยัด กับของดีมีคุณภาพ และพาไปช้อปปิ้ง (ในกทม. และ แน่นอนในเนปาลด้วยค่ะ) แบบที่ไม่มีทัวร์ที่ไหนเค้าทำกัน

“แต่สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็นจริงไหมคะ”

เพื่อนๆ สามารถอ่านข้อมูลเทรคกิ้ง Mohare & Khopra Trek ยั่วๆ พร้อมรูปภาพสวยๆ ได้ที่ลิ้งค์เลยค่ะ กับทัวร์ที่หยกพึ่งพาไปเทรคมา ทั้งยังมีรายละเอียดของเรื่องความยากง่าย เส้นทางที่จะพบเจอ, ไม่เคยเทรคมาก่อน แต่อยากไป จะไปได้ไหม และ ข้อควรรู้อื่นๆ อีกมากมายเลยค่ะ

ระดับความยากของเส้นทางนี้

หยกขอจัดระดับความยากของเส้นทางนี้อยู่ที่ กลางๆ แต่แอบท้าทายนิดๆ (เหตุผลส่วนตัว) นะคะ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

  • หยกให้เส้นทางนี้ มีคำว่า แอบท้าทายนิดๆ เพราะว่าเราเดินกันเฉลี่ยๆ ต่อวัน เท่ากับ และ มากกว่า ระยะเวลาการเดินปกติสำหรับการเดินบนหิมาลัย (คือเดิน 4 - 5 ชั่วโมงต่อวัน) โดยมีอยู่ 2 วันที่เราต้องเดิน 5 - 6 ชั่วโมง และอีก 2 วันที่เราต้องเดิน 6 - 8 ชั่วโมง ค่ะ -> แต่อย่ากังวลไปค่ะ ที่เราเดินกันนานๆ ไม่ใช่เพราะระยะทางที่เยอะนะคะ แต่เป็นเพราะเราเดินไต่ระดับความสูงกันค่ะ เราจึงต้องค่อยๆ เดิน เดินเรื่อยๆ ชมวิวเพลินๆ ไปช้าๆ เลยทำให้ใช้เวลาเดินนานกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ 
  • และเพราะว่าเราต้องตื่นกันแต่เช้า ออกเดินกันแต่เช้า (วันปกติ คือ 7 โมง) เกือบทุกวัน -> แต่นี่คือตารางการเดินปกติ บนเขาสูงๆ นะคะ เพราะนอกจากเราจะถึงที่พักเร็ว ได้พักผ่อนเร็วๆ และอาจได้อาบน้ำด้วยแล้ว  ช่วงเช้า(บนเขาสูง)อากาศมักดีกว่าช่วงสายๆ ฟ้ามักเปิด ลมไม่แรง เดินง่ายและสบายกว่าเยอะค่ะ 
  • ความสูงสุดสุดของเส้นทางนี้ ก็สูงไม่มากค่ะ 3,660 m เท่านั้นเองค่ะ

กังวลว่าเป็นมือใหม่ มือสมัครเล่น จะเทรคได้ไหม อุปกรณ์อะไรๆ ก็ไม่มี จะเป็นตัวถ่วงหรือเปล่า จะไหวไหมหน้อ??

  1. โปรดอย่าคิดแบบนั้นค่ะ ต้องมีครั้งแรกสำหรับทุกคนนะคะ (หยกก็ผ่านมาแล้วค่ะ) ทุกอย่างแค่ใหม่หมด การเรียนรู้ จากการลองผิดลองถูกเอง และ จากประสบการณ์ของหยก จะช่วยให้การเทรคกิ้งครั้งแรกของเพื่อนๆ ผ่านไปได้อย่างสนุกและประทับใจ
  2. ทักมาพูดคุยกับหยกได้เลยค่ะ หยกยินดีให้คำปรึกษาแนะนำว่าเส้นทางไหนเหมาะกับเพื่อนๆ ทั้งยังยินดีให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมตัว การเลือกและเตรียมอุปกรณ์ ทั้งหยกยังพร้อมแบ่งปันทริคและเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่หยกเรียนรู้มาจากประสบการณ์ของตัวเอง ให้เพื่อนๆ จะได้เข้าใจเกี่ยวกับการเทรคกิ้ง การเตรียมตัวให้ดีพร้อมมากขึ้น จะได้อุ่นใจ ไร้กังวล และ สบายใจขึ้นนะคะ

จุดเด่นของ Mohare & Khopra Trek

"ไม่เคยเทรค ก็เทรคได้"

“ต้องมีครั้งแรก สำหรับทุกคน”

  • วิวหิมาลัยพาโนรามางามๆ เต็มๆ ตา ตั้งแต่เย็นของวันแรกจนถึงวันสุดท้าย

เค้าว่ากันว่า ABC ได้เห็นวิวหิมาลัยพาโนรามาก็แค่วันสุดท้าย! จะดีกว่าไหม... ที่จะได้เห็นวิวหิมาลัยตั้งแต่วันแรกของการเทรค? ได้เห็นอยู่ทุกวัน? และเห็นกันจนหนำใจ เพราะได้เห็นแทบจะตลอดวันเลยน่ะสิคะ!

  • ไม่พอค่ะ เราจะได้เห็นวิวหิมาลัยพาโนรามา แทบจะทุกวัน ระหว่างเดินเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ บนเส้นทาง Mohare & Khopra Trek นี้ เราจะได้เห็นหิมาลัยตัวแม่ๆ ไล่มาตั้งแต่ Dhaulagiri, Nilgiri, Annapurna, Hiunchuli และ Macchhapuchhre ที่เรียงตัวตั้งตระหง่านให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ที่โผล่มาให้ได้ยลโฉมแทบจะทุกวันของการเดิน ตั้งแต่เย็นของวันแรกที่เดินไปถึงเลยนะคะ

  • ฟินต่อกับ วิวหิมาลัยลัยพาโนรามา หน้าที่พัก!!

ใช่ค่ะ ที่พักส่วนใหญ่บนเส้นทางนี้ ก็คือจุดชมวิวดีๆ นี่เอง ไม่ว่าจะเป็นที่ Mohare Danda, Khopra Danda และ Dobato (ที่ซึ่งเราจะพัก 2 คืน) เป็นต้น มันจะดีแค่ที่ตื่นขึ้นมาก็เจอวิวยอดเขาขาวๆ สวยๆ ทานข้าวก็เจอวิว จิบชาก็ยังเจอวิว หรือแค่จะเดินไปเข้าห้องน้ำ ก็ยังเจอวิวเลยค่ะ

  • จุดชมวิว Muldai 3,650 m ที่สวยและอลังการกว่า Poon Hill ร้อยล้านเท่า ทั้งยังมีคนน้อยกว่าร้อยล้านเท่าเช่นกัน

Muldai จุดชมวิวที่มีพื้นที่กว้างสุดๆ จนนึกว่าเดินอยู่ในสวนหลวง ร.9 กว้างใหญ่มาก ทั้งยังมีเนินมากมายให้ได้เดินเล่น เดินชมวิว เปลี่ยนจุดถ่ายรูป อยากเห็น Dhaulagiri ชัดๆ มาเนินนี้ หรือ อยากเห็น Annapurna ชัดๆ ก็ต้องเนินนั้น หรือ จะเดินไปชื่นชมเจ้าหางปลา (Macchhapuchhre) ก็ต้องเนินนี้ โอ๊ยยย ไม่กลับได้ไหม! ตอนที่หยกมาสำรวจเส้นทาง หยกขึ้นไปที่จุดชมวิว Muldai 2 วันค่ะ วันแรกมีคนประมาณ 20 - 30 คน (รวมไกด์และลูกหาบแล้วด้วยนะคะ) ส่วนวันที่สองนั้นมีแค่ 8 คนเท่านั้นเอง โอ้วว เริ่ดไหมล่ะ!

  • ตลอดเทรคเจอนักท่องเที่ยว แค่หลักหน่วยหลักสิบต่อวันเท่านั้นเอง บางวันนี่ไม่เจอใครเลยด้วย

มันคงจะยิ่งฟินเป็นพันล้านเท่า หากได้เทรคบนเส้นทางที่เหมือนกับว่า “ปิดหิมาลัยแล้วจัดเทรคส่วนตัว” ก็วันๆ นึง แทบไม่เจอใครเลยน่ะสิคะ มากสุดก็แค่หลักสิบเท่านั้นเอง แม้กระทั่งบนจุดชมวิว Muldai (ที่เปรียบเสมือน Poon Hill) ก็ยังเจอนักท่องเที่ยวน้อยสุดๆ แค่หลักสิบเท่านั้นเอง เริ่ดไหมล่ะ!

  • ที่พักสะดวกสบายและใหม่กว่าที่พักบนเส้นทางทั่วไป

เส้นทางเดิน Mohare & Khora Trek นั่นอยู่ในส่วนหนึ่งของ Community Trek หมายความว่า ที่พักระหว่างทางเป็นของชุมชน ไม่ใช่ของครอบครัวของชาวบ้านนั้นๆ โดยที่ชุมชนของชาวบ้านนี้แหละ ได้รวมตัวกันสร้างความมีเอกลักษณ์ของที่พักในรูปแบบกึ่งๆ โฮลเทล ด้วยการรวมงบประมาณของชุมชน จึงมีตึกที่พักที่ใหม่ ห้องกว้าง สะอาด มีหน้าต่าง และยังมีห้องน้ำแบบชักโครก พร้อมกระดาษชำระอีกด้วยค่ะ

  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ บริการกันอย่างฟรีๆ เลยทีเดียว

ด้วยงบประมาณของชุมชน จึงมีอินเทอร์เน็ตและที่ชาร์จไฟให้บริการฟรี แทบทุกวัน ส่วนน้ำร้อนก็มีให้อาบในราคาแสนจะถูก ยังกับแจกฟรีเลยค่ะ

  • ทัวร์เทรคกิ้ง ไกด์ไทย หยกพาเทรคพาเที่ยวเอง มีคนไทยที่มีประสบการณ์ไปด้วย มันก็อุ่นใจใช่ไหมล่ะคะ

หลายคนคงกังวลหากต้องไปเทรคกับไกด์ท้องถิ่น หรือ ไปร่วมทริปกับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จักกัน โดยเฉพาะกับมือใหม่ที่ไม่เคยเทรค คงจะกลัวไปทำป้ำๆ เป่อๆ มีสิ่งที่กังวลและไม่เข้าใจอยู่หลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องของผู้หญิ๋งผู้หญิง แต่ไม่รู้จะถามใคร ไหนจะกังวลเรื่องภาษาอีก เนปาลีก็ไม่รู้เรื่อง ภาษาอังกฤษก็งูๆ ปลาๆ กลัวจะเตรียมของไปไม่พร้อมอีก กลัวจะไม่เข้าใจสิ่งที่ไกด์เนปาลนัดแนะหรือบอกกล่าวอีก "หยุดกังวลได้เลยค่ะ ถ้ามากับหยก" หยกยินดีแบ่งปันประสบการณ์ทุกอย่างที่หยกมี เกี่ยวกับการเทรคกิ้ง และ การท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างเต็มที่ และ เต็มใจ "หยกใจเย็น ถามมา ตอบหมด ถึงไม่ถาม ก็บอกหมดเช่นกัน โดยบอกแบบอธิบาย พร้อมตัวอย่าง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้น" หยกเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองค่ะ จึงเข้าใจได้ดี และสามารถอธิบายอย่างละเอียดให้เพื่อนๆ เข้าใจได้อย่างถ่องแท้เลยนะคะ  

 

อยากรู้ว่าจะประทับใจแค่ไหน มาเทรคและไปสนุกด้วยกันเลยค่ะ

หยกรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มือเก่ามือใหม่ มาได้หมดค่ะ

 

  มีเพื่อนๆ หลายท่านให้ความสนใจ หลังจากอ่านรีวิวการท่องเที่ยวของหยก ที่มีรูปแบบที่ค่อนข้างลุย ไปในที่ๆ มีนักท่องเที่ยวน้อยๆ ชอบขวนขวายหาสถานที่เที่ยวใหม่ๆ และได้เที่ยวได้สัมผัสแต่ละที่แบบเต็มๆ บอกว่า "ดูสนุกมากๆ เป็นสไตล์การท่องเที่ยวที่หายาก ไม่ค่อยมีใครเที่ยวแนวนี้กัน และอยากให้หยกจัดทริปพาเที่ยว" ในที่สุด หยกได้จัดทัวร์พาเที่ยวแล้วนะคะ หยกเลยถือโอกาสนี้ ทำโพสต์ถึงเหตุผลที่หยกจัดทริป ทำไมทัวร์ของหยกจึงแตกต่าง และ ทำไมต้องมาเที่ยวกับหยก? มาร่วมทริปร่วมสนุกด้วยกันนะคะ หากจะถามถึงประสบการณ์เทรคกิ้งที่เนปาล หยกมาเนปาล 5 ครั้งแล้วค่ะ ได้มีโอกาสไปเทรคบนเส้นทางต่อไป เทรคกิ้ง Poon Hill , Mohare + Khopra + Mardi Himal, Langtang Trek, Gosaikunda Lake และ Manaslu & Tsum ค่ะ (คลิ๊กลิ้งค์เพื่อดูบทความรีวิว, รูปภาพของบรรยากาศที่จะได้เห็นระหว่าง และเรื่องเล่าประสบการณ์ สอดแทรกคำแนะนำข้อควรรู้ควรระวัง ของเทรคเส้นทางนี้ได้ที่ลิ้งค์เลยนะคะ) นอกจากนั้นก็ไปยุโรป เช่น สโลวีเนีย (ซึ่งมีจัดทัวร์ด้วยนะคะ) มีไปเทรคที่อเมริกา และ ที่เอเชียกลาง ประเทศคีร์กีซสถาน (ทัวร์คีร์กีซสถาน) และ ประเทศทาจิกิสถาน (ทัวร์ทาจิกิสถาน) ที่สนุกสนานมากๆ ขนาดที่ไปนานเป็นเดือนเลยค่ะ และก็มีที่อื่นประปรายในอุทยานแห่งชาติในไทยค่ะ เช่น สันหนอกวัว และ ดอยลังกาหลวง เป็นต้น

* รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเตรียมตัวคร่าวๆ, ไม่เคยเทรคเลย เทรคได้ไหม, การซื้อตั๋วเครื่องและราคาคร่าวๆ, ประกันการเดินทางเจ้าไหนดี และอื่นๆ ใน "คำถามที่พบบ่อย" นะคะ

** อ่านรีวิว ทัวร์ Mohare & Khopra
 

ทัวร์ Mohare & Khopra Trek

รับจัดกลุ่มส่วนตัวเท่านั้น

โปรดติดต่อหยกเลือกวันเวลาที่เพื่อนๆ สะดวก และ ปรับแผนการเที่ยวตามใจ เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายได้เลยค่ะ

*ค่าใช้จ่ายที่เห็น เป็นราคาเก่า สำหรับกลุ่ม 9 ท่าน ก่อนช่วงโรคระบาดนะคะ

หยกไม่ใช่คนจัดเที่ยวมืออาชีพ แต่หยกเป็นนักเดินทาง เลยรู้ว่าเที่ยวให้สนุกต้องเที่ยวยังไง ไปดูแผนคร่าวๆ พร้อมรูปภาพงามๆ เป็นน้ำจิ้มกับ 14 วัน ที่เราจะอยู่ด้วยกัน ที่เราจะเที่ยวแบบเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน ที่ด้านล่างนี้เลยค่ะ

* ที่นี่คือเนปาล อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นรถติด ปิดถนน รถไม่ออก ฝนตก ฟ้าปิด พายุเข้า ผิดแผน ออกนอกเส้นทาง ไฟท์ล่าช้า เครื่องไม่บิน ตกลงแต่ไม่ตกลง พูดว่าใช่แต่ส่ายหน้า ทำอาหารนาน เป็นต้น จงยอมรับและมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ที่เราควบคุมไม่ได้ ด้วยการเปิดตาเปิดใจ อะไรที่ผิดแผน ไม่เป็นไปดั่งที่วางแผนไว้ ก็ทำการปรับเปลี่ยนใหม่ไปตามสถานการณ์นั้นๆ ให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่คาดหวัง และสนุกสนานด้วยกันนะคะ

** แผนการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนและ/หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น

*** การเดินทางท่องเที่ยวทุกประเภทนั้นมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งจากตัวเราเอง และ/หรือสิ่งรอบข้างที่คาดการณ์ไม่ได้ ดังนั้นแล้ว หยกขอปฏิเสธข้อเรียกร้องและความรับผิดชอบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากท่องเที่ยวตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยถือว่าเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริปนั้นตกลงใจในความรับผิดชอบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นใดๆ ด้วยตัวเองนะคะ

**** สามารถมัดจำเพื่อสำรองที่ได้ รายละเอียดเพิ่มเติมใน "คำถามที่พบบ่อย ข้อ 14" ค่ะ

แผนการเดินทาง ลุย!

Day 0

เดินทาง ไทย - เนปาล หยกเรียก day 0 เพราะวันนี้เรายังไม่มีกิจกรรมใดๆ ค่ะ

การผจญภัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ เดินทางด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมา เมื่อถึงสนามบินตรีภูวัน ประเทศเนปาล ยื่นขอวีซ่า Visa on Arrival

จากนั้น เดินทางมาเจอกันที่ที่พักใน Kathmandu นะคะ (ค่าแท๊กซี่ประมาณ 600 - 800 rs ค่ะ)

Day 1

ช้อปปิ้ง เลือกซื้อ/เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง ลิ้มรสอาหาร และเดินเล่นชมเมือง

ลุยทาเมล เริ่มด้วยการช้อปปิ้ง หรือ เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง หากใครอยากจะช้อปของฝาก ของที่ระลึกเลยก็ไม่ว่ากันค่ะ หยกจะพาไปเช่าถุงนอน (ขนห่านแท้), เสื้อหนาวดาวน์ (ขนห่านแท้) และไม้เท้าเดินป่า จากนั้นจะพาไปช้อปอุปกรณ์เทรคกิ้งที่จำเป็นค่ะ

ตามด้วยการช้อปของกิน ของใช้ที่เป็นประโยชน์ระหว่างเทรค เช่น water purification tablets, snickers, energy bar, ขนมต่างๆ และกระดาษชำระ เป็นต้น

Day 2

เดินทางด้วยรถส่วนตัวจาก Kathmandu เข้าเมือง Pokhara

06.30 น. แพ๊คของเรียบร้อย พร้อมเพรียงแบกกระเป๋ามาเรียงราย เตรียมตัวเดินทางเข้า Pokhara ค่ะ

14.00 - 15.00 น. เดินทางถึงเมือง Pokhara

จากนั้นก็ช้อปปิ้ง และไปเดินเล่นเพลินๆ และเก็บบรรยากาศยามเย็นริมทะเลสาบ Phewa จากนั้นก็ทานอาหารเย็นร้านอร่อย

Day 3

เดินทางด้วยรถส่วนตัวไป Beni (4 hr) แล้วเริ่มเทรคกันเลยค่ะ | Beni 830 m - Phalame Danda 2,380 m (4 - 5 hr)

06.30 น. พร้อมเพียงกันที่หน้าโรงแรม เตรียมตัวเดินทางไปยังจุดเริ่มเดิน

11.00 น. ถึง Beni ทานอาหารเที่ยง เติมพลังกันที่นี่เลยค่ะ

12.00 น. เริ่มเทรค! โดยเราจะเริ่มจากการเดินขึ้นบันไดชันๆ จาก Beni ไปยัง Mallaj หมู่บ้านที่อบอุ่น ซึ่งจากนี้ไปทางเดินจะง่ายขึ้น และร่มรื่นขึ้นค่ะ วันแรกจะเหนื่อยหน่อย สู้ๆ กันนะคะ เดินไปเรื่อยๆ ไม่นานนักก็จะมองเห็นบ้านหลังคาสีฟ้าๆ ใน Phalame Danda อยู่ลิบๆ ซึ่งตั้งอยู่บนเนิน พร้อมกับรับการทักทายแรกที่จะทำให้เพื่อนๆ ประทับใจสุดๆ จนหายเหนื่อยกันไปเลย จาก Dhaulagiri, Nilgiri, Annapurna, Hiunchuli และ Macchhapuchhre ที่จะฟินที่สุด

Day 4

Phalame Danda 2380 m - Nangi 2320 m (2 - 3 hr)

หลังจากที่คงจะเหนื่อยและน่วมกันไปจากเมื่อวาน วันนี้เดินกันสั้นๆ สบายๆ นะคะ ทั้งวิวก็สวยมากๆ อีกด้วย

จริงๆ แล้ววันนี้เราจะใช้เวลาเดินไม่นานค่ะ แต่สิ่งที่นานจะเป็นการหยุดชมวิวพี่น้องหิมาลัยทั้งหลายแบบพาโนรามาเลยค่ะ ตั้งแต่ Dhaulagiri, Nilgiri, Annapurna, Hiunchuli ยาวไปจนถึง Macchhapuchhre เลยค่ะ

Day 5

Nangi 2320 m - Mohare Danda 3300 m (5 - 6 hr)

ทางเดินวันนี้สวย วิวที่เห็นแตกต่างไปจากวันอื่นๆ มีความงามคล้ายกับกำลังเทรคกิ้งอยู่ในเทือกเขา Sierra ที่อเมริกาเลยนะคะ ทั้งระหว่างทางยังมีวิวหิมาลัยพาโนรามาที่แสนจะงดงามของ Hiunchuli และ Macchhapuchhre ให้ได้ชมด้วยค่ะ

ตามไปชมวิวของ Dhaulagiri และ Annapurna ต่อที่ที่พัก ที่เราจะพักกัน ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูง ที่มีบรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ

Day 6

Mohare Danda 3300 m - Swanta 2248 m (5 - 6 hr)

วันนี้เราจะเจอทางเดินทางที่หลากหลาย ทั้งยังเป็นการเดินลงยาวๆ ไป กับระดับความสูงที่แตกต่างกันเกือบ 1000 เมตรเลยค่ะ แต่อย่าพึ่งตกใจไป เพราะทางเดินไม่ได้ลาดชันมากค่ะ เป็นแบบที่ค่อยๆ ลาดๆ ลงไป เดินเรื่อยๆ เลยเดินได้ง่ายหน่อย ไม่หนักที่หัวเข่ามากนักค่ะ

วันนี้เราจะลงมานอนที่ต่ำๆ แล้วพรุ่งนี้ ค่อยไต่กลับขึ้นไปนอนที่ 3,660 m ซึ่งเป็นการ acclimatization ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับสภาวะอากาศได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดอาการ AMS ค่ะ

Day 7

Swanta 2248 m - Chistibang 3004 m - Khopra Danda 3660 m (7 - 8 hr)

วันนี้เราเดินขึ้นค่ะ แต่เช่นเคย ทางเดินไม่ได้ลาดชันมาก ทั้งยังมีขึ้นๆ ลงๆ ช่วงสั้นๆ สลับกันไป ให้พอได้เดินแบบสบายๆ ซึ่งระหว่างทางนั้นไม่มีที่พัก หรือ ร้านอาหาร ไปจนถึง Chistibang ซึ่งจะเป็นจุดพักจิบชาร้อนๆ หรือ อาหารเที่ยง

จากนั้น เราจะทำการเดินขึ้นต่อค่ะ ขึ้นไปนอนกับที่พักที่มีวิวของหิมาลัยตัวเป้งๆ Dhaulagiri, Nilgiri, Annapurna และอีกมากมายที่ Khopra Danda ซึ่งเป็นอีกที่ที่สามารถมองเห็นวิวพาโนรามาได้อย่างสวยงามสุดๆ หน้าที่พักเลยนะคะ

Day 8

Khopra Danda 3660 m - Dobato 3479 m (6 - 7 hr)

วันนี้เราเดินกันบนทางเดินที่ไม่ยากค่ะ มีขึ้นๆ ลงๆ นิดๆ ให้ได้ตื่นเต้นหน่อยๆ ทางเดินสนุก ทั้งยังเห็นหิมาลัยผลุบๆ โผล่ๆ ให้ได้ตื่นเต้นกับความงามของยอดเขาในมุมที่ต่างออกไป โดยเราจะเดินไปกับความสูงกว่าสามพันตลอดทาง อากาศจึงสบายค่ะ

วิวหน้าที่พักวันนี้ มีวิวหิมาลัยพาโนรามางามๆ ของ Dhaulagiri, Annapurna, Hiunchuli, Mardi Himal และ Macchhapuchhre ให้ได้ยลโยลแบบใกล้ชิด เต็มๆ ตาเลยค่ะ

Day 9

Morning Hike to Muldai Viewpoint 3650 m (15 - 20 min) | Rest Day หรือ day hike ไป Yak House (3 - 4 hr one way)

Poon Hill ที่ว่าสวยนั้นแพ้ Muldai แบบขาดลอยเลยค่ะ เพราะ Muldai เป็นเนินกว้างๆ ที่มีหลายเนิน ให้ได้เดินเล่นเพลินๆ ชมวิวหิมาลัยในมุมที่ต่างกัน สามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศ 360 องศา ทั้งยังเห็นวิวหิมาลัยพี่ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Dhaulagiri, Annapurna, Hiunchuli และ Macchhapuchhre แบบใกล้ๆ ที่สวยและอลังการกว่าเยอะ ไม่เพียงเท่านั้น จำนวนผู้คนที่มาที่นี่ก็น้อยสุดๆ แค่หลักสิบต้นๆ เท่านั้นเองค่ะ

Day 10

Dobato 3479 m - Ghandruk 1940 m (4.5 - 5.5 hr)

วันนี้เราจะเดินลงยาวไป จนถึง Ghandruk เลยค่ะ ทางเดินสนุก เดินลงซะส่วนใหญ่ เดินง่าย มีหลายช่วงเดินในร่ม ในป่าเขียวๆ ซึ่งเราจะผ่าน 2 - 3 หมู่บ้านที่มีจุดชมวิวสวยๆ ให้เราได้หยุดพัก จิบชานมร้อนๆ ชิวๆ ก่อนออกเดินต่อ วันนี้เราชิวค่ะ เพราะพรุ่งนี้เราก็กลับกันแล้ว

Day 11

Ghandruk 1940 m | เดินทางเข้า Pokhara

วันสุดท้ายแล้วค่ะ เราจะเดินกันสั้นๆ แค่ 5 นาที เพื่อไปขึ้นรถกลับเข้า Pokhara ดังนั้นแล้ว วันนี้เราจะนอนตื่นสายๆ แต่ตื่นมาก็ได้เจอกับวิวสวนดอกไม้สีสดหลากสีหน้าห้องพัก กับพี่ใหญ่ Annapurna กันค่ะ เพื่ออำลา ไม่พอค่ะ ยังมีรางวัลงามๆ กับเบเกอรี่อร่อยๆ สุด หากใครอดใจรอไปทานที่ Pokhara ไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ลพาย เค้กช็อคโกแลต ครัวซองค์ช็อคโกแลต โดนัท และอีกมากมาย ที่ราคาไม่แพง หรือจะซื้อไว้สำหรับทานระหว่างทางเข้า Pokhara ก็ได้นะคะ

09.00 น. เดินทางด้วยรถจี๊ปจาก Ghandruk เข้า Pokhara กันค่ะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง

13.00 - 14.00 น. ถึงที่พักใน Pokhara

18.30 น. ฉลองมื้อเย็นกันด้วยร้านอาหารนานาชาติค่ะ คงเบื่ออาหารเนปาลีกันแล้วสินะคะ

Day 12

เดินทางด้วยรถส่วนตัวจาก Pokhara เข้า Kathmandu | ช้อปปิ้ง

07.30 น. แพ๊คของเรียบร้อย พร้อมเพรียงแบกกระเป๋ามาเรียงราย แล้วนั่งรถส่วนตัวกลับเข้า Kathmandu กันค่ะ

15.00 - 16.00 น. เวลาการเดินทางถึง Pokhara นั้นไม่แน่นอน อาจมีรถติดนานเป็นชั่วโมงในช่วงก่อนเข้า Kathmandu ก็ได้ค่ะ ดังนั้น เตรียมขนม เสบียง และน้ำดื่มให้พร้อม

ลุยทาเมลและช้อปปิ้งกันอีกรอบ

Day 13

เดินทางกลับ เนปาล - ไทย

ทานอาหารเช้า ก่อนช้อปปิ้งทิ้งท้าย

12.00 น. เดินทางไปสนามบิน เพื่อกลับไทยพร้อมมิตรภาพ ความสนุก ความทรงจำที่ดี และเพื่อนใหม่ กับทริปที่ประทับใจสุดๆ ด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมาค่ะ เจอกันทริปหน้านะคะ (ค่าแท็กซี่ไปสนามบิน 500 rs ค่ะ)

  • มิตติ้งก่อนออกทริป ในกรุงเทพฯ (ไม่รวมอาหารเครื่องดื่ม) หรือ วิดีโอคอล เพื่อพูดคุยนัดแนะ
  • พาช้อป/เช่าอุปกรณ์เทรคที่เนปาล เพื่อการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
  • ค่าที่พักจำนวน 3 คืนใน Kathmandu รวมอาหารเช้า (แชร์ห้องพัก)
  • ค่าที่พักจำนวน 2 คืนใน Pokhara รวมอาหารเช้า (แชร์ห้องพัก)
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเดินป่า ACAP และ TIMS Card
  • ค่าเดินทางด้วยรถส่วนตัวตลอดทั้งทริปตามที่กำหนดไว้ในแผนการเดินทาง (ยกเว้น ไป-กลับ สนามบิน)
  • ไกด์ไทย (หยกเองค่ะ) ตลอดทริป
  • ไกด์พื้นเมือง ระหว่างการเทรคกิ้ง
  • ลูกหาบ (20 กิโลกรัม) โดยลูกหาบ 1 คน ต่อ เทรคเกอร์ 2 คน (คนละ 10 กิโลกรัม)
  • ค่าเช่า duffle bag คนละ 1 ใบ เพื่อใส่ของให้ลูกหาบแบก
  • ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าที่พัก ของทั้งไกด์และลูกหาบตลอดเทรค
  • ค่าประกันการเดินทางของไกด์และลูกหาบ
  • การรักษาและความเจ็บป่วยใดๆ, ค่าใช้จ่ายในการกักตัว และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงโรคระบาดนี้ เช่น ค่าตรวจโควิด หรือ กรณีที่ต้องบินกลับไทยก่อนจบทริป เป็นต้น
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ BKK หรือ DMK-KTM (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย ข้อ 7)
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเนปาล ($30 หรือ 1,000 บาท สำหรับวีซ่า 15 วัน)
  • ค่าเดินทางไป-กลับ สนามบินตรีภูวัน-เมืองทาเมล
  • ค่าอาหารเที่ยง และ เย็น ใน Kathmandu และ Pokhara
  • ค่าที่พักและมื้ออาหารตลอดการเทรค (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย ข้อ 8)
  • ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดทริป
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดทั้งทริป เช่น ค่าอาบน้ำร้อน, ค่าอินเทอร์เน็ต, ค่าซักรีดเสื้อผ้า, ค่าโทรศัพท์ และค่าชาร์จไฟ เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ท่องเที่ยว เช่น การเช่าถุงนอน เป็นต้น
  • ค่าประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการกู้ภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์บนที่สูงที่ครอบคลุมความสูงของเส้นทางที่เทรค (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย ข้อ 19)
  • ค่าสินน้ำใจตอบแทนสำหรับไกด์และลูกหาบ โดยเฉพาะคุณลูกหาบที่ทำให้เราได้เดินอย่างสบายๆ ไม่ต้องแบกของหนัก (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย ข้อ 9)
  1. :

    พึ่งไปทริปเนปาลกับคุณหยกมาคะ ทริปนี้ให้ 5 ดาวบวกๆๆๆ เลยคะคุณหยก ประทับใจมาก คุณหยกดูแลดีมาก ตั้งแต่ตอนแรกที่ตกลงจะไปเลย มีพาไปเลือกซื้อของ แนะนำทุกอย่างได้ดีเยี่ยมคะ แถมตลอดทั้งทริป กินเต็ม เรียกได้ว่าได้กินอาหารพื้นเมืองของคนเนปาลจริงๆ แต่ละร้านที่คุณหยกคัดสรรมานั้น ล้วนแล้วแต่รสชาดเด็ดๆ ทั้งนั้นเลย เที่ยวเต็ม ช๊อปเต็มจนวินาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว

    เป็นกันเองสุดๆ ไปเหมือนไปเที่ยวกับเพื่อนเลยคะ ความรู้สึกไม่เหมือนซื้อทัวร์ไปแม้แต่น้อย อยากฝากถึงคนที่กำลังมองหาไกด์ดีๆ ทริปเด็ดๆ อยากให้ลองได้ไปกับคุณหยกคะ แล้วคุณจะประทับใจอย่างที่เราเป็นอยู่ ทริปถัดไปสโลวาเนียไปด้วยแน่นอนคะ 20/11/2019

    • :

      สวัสดีค่ะ คุณไพลิน

      ขอบคุณมากมายเลยค่ะที่ช่วยมาเติมเต็มทริปให้สนุก มีสีสัน กินดี อยู่ดี และช้อปมันส์ ตลอด 14 วัน ที่วันเวลาผ่านไปได้อย่างรวดเร็วสุดๆ

      ขอบคุณมากๆ สำหรับความไว้วางใจ ในการเริ่มต้นเข้าสู่วงการการเทรคกิ้งกับหยกนะคะ อุปกรณ์พร้อม ประสบการณ์พร้อม ฟิตไว้รอทริปเทรคทริปที่ 2 เลยค่ะ

      ขอบคุณที่จากเหนื่อยๆ (โดยเฉพาะกับทางเดินชันๆ) อยู่ดีๆ ก็ยิ้ม และหัวเราะ กับวิวและบรรยากาศตรงหน้า ที่ทำให้หยกสนุกและมีความสุขไปด้วยนะคะ

      ขอบคุณที่นำความโชดีกับฟ้าที่เปิดสวยทุกวัน เห็นหิมาลัยพาโนรามางามๆ เกือบตลอดวัน และ เกือบทุกวัน

      ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าคำขอบคุณ คือความยินดีและดีใจมากๆ ที่ได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาค่ะ ไว้เจอกัน เม้าส์มอย ทานข้าว ทานขนมกัน และ ได้ลุยกันต่อกับทริปสโลวีเนียนะคะ 🙂

  2. :

    พูดได้เลยว่าไม่เจอพี่หยก ก้คงไม่ได้เริ่มเทรค..จริงๆ ด้วยนิสัยเป็นคนชอบเที่ยวธรรมชาติและอยากลองอะไรใหม่ๆ..อยุ่เสมอ.. แต่มันก้จะมีอีกมุมหนึ่งที่เรารุ้สึกกลัว และไม่กล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ในหัวก้คิด เราไม่เคยเทรค จะเทรคได้ไหม จะไหว รึป่าว จะน่าเบื่อไหม จะรุ้สึกว่าไม่น่ามาเลยรึป่าว ไม่รุ้จักใคร มาก้มาคนเดียว ชวนใครก้ไม่มีใครมา.. จะแพ้ความสูงไหม

    ส่วนใหญ่จากที่ดู ไม่ค่อยมีไกด์คนไทยที่ไปเทรคด้วย มีแต่เป็นเอเจนซี่แล้วไปเจอไกด์ท้องถิ่น.. อิชั้นก้คิดภาษาอังกฤษก้ไม่ค่อยจะดี ต้องเตรียมอะไรบ้าง ไม่เคยเทรคจะเตรียมตัวอย่างไร เจอพี่หยกแล้วรุ้สึกโล่งใจ เพียงแค่อ่านในหน้าเว็บไซด์ ก้รุ้เลยว่า..ได้ไปเทรคกับพี่เค้าแน่ๆ….ทุกคำถามในหัว พี่หยกให้คำตอบ ให้ความมั่นใจ รุ้สึกอุ่นใจที่จะมาเทรคด้วย และไม่เคยเบื่อที่จะต้องตอบคำถามและยินดีที่จะแชร์ประสบการณ์ และพอมาเจอเพื่อนๆ ทุกคน ต่างมาคนเดียวเพื่อมาทำตามความต้องการแรงบันดาลใจของตัวเอง…ออกใช้ชีวิตหาอะไรใหม่ทำๆ เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่มีความชอบเหมือนๆ กัน ระหว่างทริป สนุกสนาน

    พี่หยกที่ดูแลใส่ใจ เหมือนเพื่อนเหมือนพี่ ดูแลแบบให้ความจริงใจเปี่ยมล้น ไม่รุ้สึกเหงา และมีความสุขมากๆ.. จนกลับมายังคิดถึง และ ยังอยากเทรคอีก (แอบคิดถ้าไปประเทศหรือเส้นทางเทรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่กับพี่เค้า จะรุ้สึกดีแบบนี้ไหมน้า ???)…

    รีวิวอันนี้อยากให้เพื่อนๆ คนไหนที่มีความชอบเหมือนๆ กัน และยังลังเลอยุ่…ไม่ต้องคิดมาก สมัครเข้ามาเลย..จ้ะ เผลอๆ เราอาจจะได้ไปร่วมเทรคกันในเส้นทางอื่นๆ ที่พี่เค้าจัดด้วยกันน้า^^

    • :

      สวัสดีจ้าา Noonui

      ขอบคุณมากๆ นะจ๊ะที่ให้ความไว้วางใจมาเริ่มนับ 1 กับการเข้าสู่วงการเทรคกิ้งกับพี่ ทั้งยังยินดีและดีใจมากๆ ที่ได้น้องสาวขาลุยมาเพิ่มอีกคนจ๊ะ 🙂

      ขอบคุณสำหรับคำถามเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งกับพี่ และเพื่อนๆ ท่านอื่นที่สนใจอยากเข้าวงการเทรคนี้ ทำให้พี่ได้ย้อนอดีตระลึกถึงสมัยที่ตัวเองเริ่มเทรค มองเห็นตัวเองในอดีต และทำให้พี่ได้เข้าใจคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์เทรคมาก่อนมากยิ่งขึ้น ว่าเค้ากังวลอะไร ไม่เข้าใจตรงไหน ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งพี่ชอบมากๆ เลยนะ เพราะสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้นั้น ก็คือทริคและเคล็ดลับที่สำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้กิจกรรมการเทรคกิ้งสนุกขึ้นเพลินขึ้น ลำบากและทรมานน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมือใหม่หัดเทรค

      ขอบคุณเช่นกันที่มากับความโชคดี ฟ้าเปิด ฟ้าใส หิมาลัยโผล่งามๆ แบบพาโนรามา ตลอดๆ

      ขอบคุณที่ให้โอกาสมาเรียนรู้กัน ตลอด 14 วันที่อยู่กันได้อย่างราบรื่นและสุขใจ

      ไว้หาโอกาสเจอกัน กินข้าว ขนมหวาน กาแฟ น้ำปั่นน้ำแข็งเยอะๆ ในห้องแอร์เย็นๆ กันนะ อิอิ

ขอขอบคุณที่ร่วมทริป ร่วมทุกข์ ร่วมสุข เที่ยว ลุย และ กิน ไปด้วยกันนะคะ มีความในใจอะไร จัดไปเลยค่ะ

ทริปที่สนใจ สวัสดี วันนี้วันแรก วันสุดท้าย บ๊ายบาย จำนวน ท่าน ราคา
  • 31 ต.ค. - 13 พ.ย. 2564
    วันอาทิตย์
    31 ตุลาคม 2021
    14 วัน
    วันเสาร์
    13 พฤศจิกายน 2021
    1 - 9 ท่าน

    โอ้ววว ขอโทษด้วยค่ะ<br>เพื่อนๆ มาช้าไป<br>ทัวร์รอบนี้เต็มแล้วค่ะ<br>สนใจทัวร์รอบไหน<br>รีบจองเลยนะคะ<br>หรือติดต่อหยกเข้ามาเข้าคิวสำรองได้ค่ะ

  • 4 - 17 พ.ค. 2565
    วันพุธ
    4 พฤษภาคม 2022
    14 วัน
    วันอังคาร
    17 พฤษภาคม 2022
    1 - 9 ท่าน

    โอ้ววว ขอโทษด้วยค่ะ<br>เพื่อนๆ มาช้าไป<br>ทัวร์รอบนี้เต็มแล้วค่ะ<br>สนใจทัวร์รอบไหน<br>รีบจองเลยนะคะ<br>หรือติดต่อหยกเข้ามาเข้าคิวสำรองได้ค่ะ

  • 29 ต.ค. - 11 พ.ย. 2565
    วันเสาร์
    29 ตุลาคม 2022
    14 วัน
    วันศุกร์
    11 พฤศจิกายน 2022
    1 - 9 ท่าน

    โอ้ววว ขอโทษด้วยค่ะ<br>เพื่อนๆ มาช้าไป<br>ทัวร์รอบนี้เต็มแล้วค่ะ<br>สนใจทัวร์รอบไหน<br>รีบจองเลยนะคะ<br>หรือติดต่อหยกเข้ามาเข้าคิวสำรองได้ค่ะ

เมื่อหยกได้มีโอกาสไปเทรคกิ้งบนเส้นทางเก่าแก่ที่มีมานานแล้ว แค่ยังไม่เป็นที่รู้จักดีนัก และได้ค้นพบ ว่าหลงรักเส้นทางนี้ไปแล้ว จึงได้นำมาแบ่งปันค่ะ

เส้นทางที่ยังคงมีความสวยงามความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความสดใหม่ในสไตล์ดั้งเดิมของเทรล ที่ยังไม่มีการปนเปื้อนด้วยการก่อสร้างถนนหนทาง ที่เริ่มจะหายากมากแล้วในปัจจุบัน

นอกจากจะได้ชม "วิวพาโนรามาของเทือกเขาหิมาลัยสวยๆ ชัดๆ ใกล้ๆ แทบจะทุกวัน" แล้ว ทางเดินยังมีความหลากหลาย และเดินไม่ยากอีกด้วยค่ะ

ทั้งที่พักในหลายๆ คืนก็ยังตั้งอยู่บนเนินหรือบนสันเขาที่มีวิวพาโนรามาของหิมาลัยทั้งหลายให้ได้ยลโฉม แบบที่ฟินสุดๆ เลยค่ะ

ทั้งจำนวนคนที่พบเจอระหว่างเทรค "แค่หลักสิบต่อวัน" เท่านั้นเอง (ลองดูได้จากรูปภาพเลยค่ะ คนสุดจะน้อย ถ่ายวิวมุมไหนก็ได้วิวเต็มๆ)

กับเส้นทางเทรคกิ้งที่จะเนรมิตประสบการณ์เทรคกิ้งในแบบที่เพื่อนๆ คาดไม่ถึง "Mohare + Khopra Trek" ไปพิสูจน์ด้วยตัวเพื่อนๆ เองเลยค่ะ

อ่านต่อที่ ข้อ 6 ทำไมต้องเทรคเส้นทางนี้?

หยกพาเที่ยวพาเทรคด้วยตัวเองค่ะ และยังจะนัดเจอมิตติ้งกันเบาๆ พูดคุย นัดแนะ เตรียมตัวให้พร้อมสุดๆ ก่อนออกทริปด้วย สนุกแน่นอน อู้ยย ตื่นเต้นน

เที่ยวกันเอง เที่ยวกันแบบเพื่อนๆ เที่ยวกันอย่างกับรู้จักกันมานาน เที่ยวกันครบรส กินเต็ม ลุยเต็ม และช้อปเต็ม

หยกจะจัดมิตติ้งที่กรุงเทพฯ ก่อนออกทริปค่ะ เพื่อทำความรู้จักกัน พูดคุยนัดแนะ และ แนะนำการเตรียมตัวต่างๆ เพื่อจะได้เตรียมตัวได้พร้อม เตรียมของได้ครบ ได้รับความประทับใจและสนุกสนานกลับบ้านหลังจบทริปด้วยค่ะ

* โปรดเตรียมเอกสาร ในข้อ 17 ด้านล่างมาให้หยกด้วยนะคะ

- พาไปช้อปอุปกรณ์ที่จำเป็น ในราคาถูก มีคุณภาพ (ไม่มีคอมมิชชั่นมาเกี่ยวข้องนะคะ)
- แนะนำอุปกรณ์ต่างๆ อะไรที่จำเป็น ไม่จำเป็น พร้อมเหตุผล เช่น rain gears, wind breaker, base layers, down jacket, sleeping liner, fleece และอื่นๆ อะไรคืออะไร ใช้ประโยชน์ยังไง พร้อมคำอธิบายให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
- การเลือกซื้อกระเป๋าแบ็คแพ็ค กรณีที่ใครยังไม่มีค่ะ
- การจัดกระเป๋า และ การสะพายกระเป๋าแพ็คแพ็ค พกอะไรระหว่างเดิน เอาอะไรให้ลูกหาบ จัดของให้ลูกหาบยังไง เป็นต้น
- เสื้อผ้ากันหนาว เตรียมอะไรไป ใส่อะไรแบบไหนดี ให้อุ่นที่สุด ใครขี้หนาวนี่หมดกังวลได้เลยค่ะ
- ของใช้ที่จำเป็น, ยาส่วนตัวที่ต้องพก, อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมี, ของกิน และอื่นๆ
- ไม้เท้าเดินป่า จำเป็นไหม ใช้อย่างไร
- การผูกเชือกรองเท้าเดินป่าที่ถูกต้อง
- เทคนิคการเดินป่าที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ
- การระมัดระวังเรื่อง AMS
- กฎของการพักและการทานอาหารตามที่พักบนเขา
- อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งข้อแนะนำ ข้อควรรู้ และเคล็ดลับต่างๆ นานา เพื่อการเตรียมตัวเทรคให้พร้อมที่สุด

เตรียมคำถามและข้อสงสัยต่างๆ มาถามได้เลยค่ะ

* หากเพื่อนๆ ท่านใดที่เข้าร่วมทริปหลังจากจัดมิตติ้งไปแล้ว หยกยินดีจัดแบบส่วนตั๊วส่วนตัวให้อีกรอบค่ะ โดยที่ยังยินดีหากเพื่อนๆ ท่านอื่นที่มิตติ้งกันแล้ว แล้วอยากมาเจอ มาพูดคุย มาช้อปด้วยกันอีก มามิตติ้งกันอีกรอบได้เลยค่ะ

** หากเพื่อนๆ ท่านใดที่ไม่สามารถมามิตติ้งได้ หรือ ด้วยเหตุใดๆ ที่หยกไม่สามารถจัดมิตติ้งได้ อาจเนื่องจากหยกได้เดินทางเข้าเนปาลไปแล้ว หยกยินดีให้คำแนะนำผ่านการแชททางข้อความ หรือ โทรศัพท์ หรือ หากเพื่อนๆ มีวันหยุด แล้วจะเดินทางมาที่เนปาลก่อนวันเริ่มทริป เพื่อพูดคุย และให้หยกพาช้อปอุปกรณ์เทรคกิ้งที่จำเป็น หยกก็ยินดีมากๆ เลยค่ะ

ง่ายๆ เลยค่ะ เพราะหยกจัดทริปหาเพื่อนใหม่ เที่ยวกันอย่างเพื่อน ดูแลอย่างคนในครอบครัว มาดูกันเลยค่ะว่า ทำไมต้องมาเทรคกับหยก... (ไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญนะคะ เพราะทุกข้อสำคัญหมดเลยค่ะ)

หยกจัดโปรแกรมเส้นทางเดินเองและวางแผนเอง ไม่ได้ซื้อแพ๊คเกจผ่านเอเจนซี่ค่ะ

ซึ่งการจัดแผนการเดินเองเช่นนี้ จะมีเอกลักษณ์ค่ะ เพราะหยกจัดแผนการเดินเองและเลือกที่พักเอง จึงมีอิสระอย่างเต็มที่

หากซื้อแพ๊คเกจของเอเจนซี่ เค้าจะมีคอนเน็กชั่นกับที่พักบนเขา ที่ๆ เค้าจะให้ลูกค้าเค้าเข้าพักเป็นประจำ ที่ไม่ได้ตามใจเรา แต่ตามใจเค้าค่ะ

เส้นทางมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนทัวร์อื่นๆ และหาที่ไหนไม่ได้

ก็เพราะหยกจัดแผนการเดินเองยังไงล่ะคะ

ก่อนออกทริป หยกยังจะนัดเจอเพื่อนๆ เจอกันแบบตัวเป็นๆ อีกด้วย

ทำความรู้จักกันสักนิด นัดแนะพูดคุยกันสักหน่อย ให้ได้สอบถามข้อสงสัย เพื่อทำความรู้จักกันก่อน สนิทสนมกันไว้ จะได้ไม่เขินอายเมื่อเจอตัวจริง และเพื่อการเตรียมตัวเทรคกิ้งที่ดีเลิศและมีประสิทธิภาพมากที่สุด (อ่านเพิ่มเติมที่ ข้อ 2 นะคะ)

หยกพาเที่ยว พาเทรคเอง สาวๆ ที่อยากมาคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

หลายคนคงกังวลหากต้องไปเทรคกับไกด์ท้องถิ่น ไกด์มักเป็นผู้ชายอีก หรือไปร่วมทริปกับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จักกัน โดยเฉพาะกับมือใหม่ที่ไม่เคยเทรค คงจะกลัวไปทำป้ำๆ เป่อๆ มีสิ่งที่กังวลและไม่เข้าใจอยู่หลายอย่าง แต่ไม่รู้จะถามใคร ไหนบางคนที่กังวลเรื่องภาษาอีก เนปาลีก็ไม่รู้เรื่อง ภาษาอังกฤษก็งูๆ ปลาๆ

"หยุดกังวลได้เลยค่ะ ถ้ามากับหยก"

หยกยินดีแบ่งปันประสบการณ์ทุกอย่างที่หยกมีเกี่ยวกับการเทรคกิ้ง และ การท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างเต็มที่ และ เต็มใจ

"หยกใจเย็น ถามมา ตอบหมด ถึงไม่ถาม ก็บอกหมดเช่นกัน โดยบอกแบบอธิบาย พร้อมตัวอย่าง เพื่อให้เห็นภาพและให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น"

หยกเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง จึงเข้าใจได้ดี และสามารถอธิบายอย่างละเอียดให้เพื่อนๆ เข้าใจได้อย่างถ่องแท้เลยค่ะ

ส่วนใครที่ไม่ได้เรื่องภาษา ก็ไร้ความกังวลไปอีก

เพราะหยกอยู่ด้วยทุกที่ ตลอดทริปเลยนะคะ

ไม่พาชะโงกทัวร์ ยังมีเวลาพาช้อปอุปกรณ์เทรคกิ้ง และ เช่าของดีๆ ราคางามๆ

ที่ กาฐมาณฑุ หยกยังจะพาช้อป/เช่าอุปกรณ์กันหนาว อุปกรณ์เทรคกิ้งต่างๆ เช่น ไม้เท้าเดินป่า ที่เพื่อนๆ ขาดเหลือให้มีของครบและพร้อมสุดๆ โดยที่หยกได้จัดโปรแกรมแบบให้เรามีเวลาเลือกซื้อและพิจารณาอุปกรณ์เทรคกิ้งที่จำเป็น เปรียบเทียบหลายๆ ร้าน, คุณภาพ และราคา เลือกเอาที่ดีที่ตรงใจที่สุด ทั้งยังจะพาไปเช่าอุปกรณ์เทรคกิ้งบางอย่าง ที่ดีมีคุณภาพ สะอาด และราคาถูก ที่เพื่อนๆ จะต้องไปลอง และ ไปเลือกเองค่ะ

หยกมีประสบการณ์เทรคกิ้งที่มากมาย เทรคมาแล้วนับไม่ถ้วน แค่กับเนปาล ก็มาแล้ว 5 ครั้งค่ะ

หยกจึงสามารถแบ่งปันประสบการณ์ บทเรียน และข้อผิดพลาด ให้เพื่อนๆ ได้อย่างเต็มที่ ให้เพื่อนๆ ได้ข้ามขั้น เรียนรู้จากประสบการณ์ของหยก ไม่ทำผิดซ้ำเหมือนที่หยกเคยทำ

หยกจัดทริปเอง พาเที่ยวเอง เลยจะมีความพิเศษและใส่ใจแบบสุดๆ เหมือนกับไปเที่ยวกันเองกับเพื่อนจริงๆ

ทั้งยังจะพาลิ้มลองอาหารพื้นเมืองในร้านที่ส่วนใหญ่จะมีแต่คนพื้นเมือง ที่เพื่อนๆ จะได้สัมผัสถึงบรรยากาศของการท่องเที่ยวในแบบที่ไม่เคยมาก่อน พาช้อป ลองเสื้อผ้า ต่อรองราคากันให้สนุกไปเลย

ได้เพื่อนใหม่และมิตรภาพดีๆ กลับบ้านด้วย อย่างน้อยก็หยกคนนึงแล้วค่ะ อิอิ

อะฮ่า พร้อมที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนใหม่คนนี้แล้วใช่ไหมล่ะ

- เทรคที่หยกจัดขึ้นนั้นไม่โหดค่ะ ทางเดินไม่ยาก ไม่มีการปีนป่าย ทั้งยังมี "จำนวนวันของการเทรค" ตั้งแต่ 6 จนถึง 14 วันให้เพื่อนๆ ได้เลือก

- ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีที่พักและอาหารตลอดเส้นทางการเดินเลยค่ะ และที่สำคัญที่สุดก็คือ "ต้องมีครั้งแรกสำหรับทุกคน" ใช่ไหมล่ะคะ

- ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก่าก็สามารถเทรคได้สบายๆ

- สำหรับมือใหม่นั้นต้องเตรียมตัวให้มากเป็นพิเศษค่ะ ตั้งแต่การออกกำลังกาย การเตรียมอุปกรณ์กันหนาวและของที่จำเป็น (ไม่เอาของเผื่อใช้งานนะคะ) มาให้ครบ การปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด AMS เป็นต้น ซึ่งหยกจะนัดเจอเพื่อนๆ แบบตัวเป็นๆ เพื่อพูดคุยและนัดแนะกันในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ก่อนออกเทรคค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลและมีการเตรียมตัวที่พร้อมที่สุด

* หากทำการเตรียมตัวมาไม่ดี คนที่ลำบากและทรมานระหว่างเทรค ก็คือ ตัวเพื่อนๆ เองนะคะ ไม่ใช่หยกค่ะ ดังนั้นแล้ว หากอยากเทรคแบบสนุกๆ ได้ฟินกับวิวหิมาลัยงามๆ ตลอดเวลา ได้ถ่ายรูปสวยๆ ก็สละเวลาออกกำลังกายด้วยนะคะ

- ไม่มีประสบการณ์เทรคก็มาเทรคได้
- มีไกด์คนไทย (คือหยกนั่นเองค่ะ) ไปด้วยตลอดทั้งทริป ใครกังวลเรื่องภาษา มากับหยก สบายใจได้ค่ะ
- มาคนเดียวก็มีเพื่อนใหม่ได้
- มีจัดมิตติ้งก่อนเริ่มทริป เพื่อพูดคุย นัดแนะ ช้อปอุปกรณ์ที่ยังไม่มี ที่จำเป็นต้องใช้ แนะนำเรื่องการเตรียมตัวต่างๆ ให้พร้อม
- เส้นทางยังไม่ฮิต คนจึงน้อยมากๆ แค่หลักหน่วยหลักสิบ เลยเดินได้อย่างสบาย ไม่ต้องต่อคิวเดิน ไม่ต้องยืนออกัน
- ถ่ายวิวได้เต็มๆ ไม่ต้องหงุดหงิดใจเพราะใครบังวิว
- วิวสวยมากๆ ได้เห็นหิมาลัยแบบใกล้ชิดและแบบพาโนรามาเรียงยาว 4 - 5 ลูกตั้งแต่วันแรกเลยนะคะ และยังเห็นยาวไปทุกวันๆ ตลอดเทรค จนวันสุดท้ายเลยค่ะ
- วิวสวยและชัดกว่า Poon Hill (ความเห็นส่วนตัว) ทั้งคนยังน้อยกว่ามากๆ แค่หลักหน่วยหลักสิบเท่านั้นเอง
- ที่พักสะดวกสบาย กว่า teahouse ทั่วไป
- มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ฟรีเกือบตลอดเส้นทาง
- มีที่ชาร์จไฟฟรีเกือบตลอดเส้นทาง
- ได้อาบน้ำร้อนในราคาถูก แค่ 100 - 150 รูปี (26 - 40 บาท) เท่านั้นเอง

ปัจจุบันมี 3 สายการบิน ที่บินตรงจากประเทศไทย คือ

1. Thai Airways บินจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,500 - 18,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
ขาไป: 10.30 - 12.45 น.
ขากลับ: 13.55 - 18.30 น.

2. Nepal Airlines บินจากสนามบินสุวรรณภูมิเช่นกัน มีเที่ยวบิน 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น คือวันจันทร์, พุธ และศุกร์ วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,000 - 13,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
ขาไป: 17.00 - 19.15 น.
ขากลับ: 11.25 - 16.00 น.

3. Lion Air บินจากสนามบินดอนเมืองค่ะ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับ เริ่มต้น 7,500 บาท ไม่มีอาหารบริการ และต้องซื้อน้ำหนักโหลดสัมภาระเพิ่ม
ขาไป: 12.00 - 14.00 น.
ขากลับ: 15.00 - 19.45 น.

สามารถดูตั๋วเครื่องบินได้ ที่นี่

* ราคาค่าตั๋วโดยสารและเที่ยวบินสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โปรดตรวจสอบข้อมูลราคาและเที่ยวบินอีกครั้งก่อนเดินทางนะคะ เพื่อที่จะได้ราคาและเที่ยวบินที่เป็นปัจจุบันค่ะ

** ใกล้ๆ ทริป หลังประเทศเปิดให้เดินทางแล้ว หยกจะมาอัพเดทเที่ยวบินให้นะคะ

มาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ ว่าต้องเตรียมค่าใช้จ่ายกันไปเท่าไหร่ดี

งบอาหารบนเขา

แลกเป็นเงิน rs ให้เกินพอแล้วพกไปนะคะ คำนวณคร่าวๆ ได้ดังนี้ โดยทั่วไปแล้วอาหาร 3 มื้อ และ กาแฟหรือชาทุกมื้อ พร้อมที่พัก จะตกประมาณ $18 - 22 ต่อวันคะ

แต่หากพิเศษหน่อย ทานเยอะ แบบมีซุปหรือสั่งอาหาร 2 อย่าง มีของหวานตบท้าย ดื่มเครื่องดื่มพวกน้ำอัดลม ก็จะตกขั้นต่ำประมาณ $22 - 30 ต่อวันนะคะ

งบที่พักบนเขา

ค่าที่พักบนเขา จะอยู่ประมาณ $2 - 6 ต่อคืน ต่อท่าน ค่ะ โดยที่พักที่อยู่บนเขาสูงจะมีราคาแพง กว่าที่ต่ำๆ ค่ะ (เช่นเดียวกับราคาอาหาร) และห้องพักที่มี ห้องน้ำในตัว และ/หรือ มีเครื่องทำน้ำอุ่น ก็จะมีราคาแพงกว่าแบบที่ไม่มีค่ะ

ส่วนเรื่องห้องน้ำบนเขานี้ มีทั้งแบบห้องน้ำในตัวและแชร์ห้องน้ำ ทั้งแบบส้วมหลุมและชักโครก ผสมๆ กันค่ะ ในช่วงหลังๆ มานี้ บนเขาเริ่มมีการพัฒนามากขึ้น ที่พักหลายๆ ที่ จึงเริ่มมีใช้ส้วมแบบชักโครกกันมากขึ้นค่ะ ส่วนห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวส่วนใหญ่จะเป็นแบบชักโครกนะคะ

ส่วนที่พักบนเขาที่เราจะพักกันนั้น ถ้าที่พักบนเขาไหนมีห้องน้ำในตัว หยกก็จะเลือกแบบมีห้องน้ำในตัวค่ะ

โดยทั่วไป ที่พักที่สูงๆ ที่สูงกว่า 3,500 เมตร การขนส่งของลำบาก ห้องน้ำจึงมักเป็นใช้รวมกัน และเป็นแบบส้วมหลุมนะคะ

สรุป

หยกแนะนำว่า หากคำนวณงบคร่าวๆ แล้ว ตัวอย่างเช่น ต้องเตรียมไป $100 ก็ให้พกไปเพิ่มขั้นต่ำ 15 - 25% นะคะ เผื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ซื้อของกินของใช้ต่างๆ (กระดาษชำระ, สบู่ หรือ ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น), ค่าทิปไกด์และลูกหาบตอนจบทริป เป็นต้น เพราะเราไม่สามารถกดเงินสดหรือแลกเงินระหว่างการเทรคได้ค่ะ

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวหลังโควิด อาจมีอะไรที่เปลี่ยนไปเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่ช้อป/เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้งในทาเมล ที่พักบนเขา หรือ ค่าใช้จ่ายบนเขา เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนเริ่มทริป หยกจะไปเซอร์เวย์ก่อน แล้วจะมาอัปเดตให้ทราบ เพื่อการเตรียมตัวที่ดีที่สุดนะคะ

ทิป คือสินน้ำใจ คือการตอบแทน ของงานบริการที่สุจริตค่ะ การที่เราให้ทิป เพื่อแทนความขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือดูแล แบ่งปันประสบการณ์ หากไม่มีท่าน การท่องเที่ยวคงไม่ราบรื่นและสนุกเท่า ทั้งเพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนอาชีพบริการที่สุจริตเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป และดีขึ้นเรื่อยๆ

ทิป ยังถือเป็นวัฒนธรรมของงานบริการที่สุจริตอีกด้วยนะคะ

โดยทั่วไปแล้ว เราให้ค่าทิปไกด์ ไม่น้อยไปกว่า 700 - 1,000 rs ต่อวัน ส่วนลูกหาบ ก็ไม่น้อยไปกว่า 500 rs ต่อวันค่ะ นี่คือขั้นต่ำนะคะ โดยหารเฉลี่ยกันทั้งกลุ่ม | ลูกหาบก็เฉลี่ยกันกับเพื่อนที่เราแชร์ลูกหาบด้วยค่ะ ทั้งนี้ ยังขึ้นกับความเหมาะสมของระยะเวลา จำนวนคนในกลุ่ม ความพึงพอใจ และบริการที่ได้รับอีกด้วยนะคะ โดยที่เราจะให้เป็นเงินสกุลรูปี (rs) ค่ะ

ตัวอย่าง

เช่น ลูกหาบ 1 คน แบกของให้เรากับเพื่อน เทรคกัน 10 วัน แล้วลูกหาบคนนี้ดีมากๆ อารมณ์ดี ช่วยเหลือเราดีมาตลอด อยากจะทิปมากๆ แต่เรามีงบจำกัด ก็อาจจะให้ไปกลางๆ คือ 700 rs ต่อวัน เทรค 10 วัน ก็ให้ไปทั้งหมด 7,000 rs เรากับเพื่อนก็จ่ายให้ลูกหาบคนละ 3,500 rs ค่ะ ส่วนไกด์ก็คำนวณเหมือนกันและหารกันทั้งกลุ่ม(กลุ่มละ 2-4 คน)เช่นกันค่ะ ถือเป็นขั้นต่ำ แต่ใครจะให้มากกว่าก็แล้วแต่เลยค่ะ แต่หากกลุ่มใหญ่(มากกว่า 5 คน)และหลายวันหน่อย ก็อาจจะต้องคำนวณ 1,000 - 1,500 rs ต่อวัน ตามความเหมาะสมนะคะ

มีมากให้มาก มีน้อยให้น้อย มันเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมา และยังเป็นสินน้ำใจและกำลังใจให้คนเหล่านี้ได้ทำงานที่สุจริตต่อไป งานที่ช่วยให้เทรคเกอร์อย่างเราได้เดินเทรคตัวเบาอย่างสบายๆ

ส่วนตัวหยกแล้ว ปกติหยกจะทิปลูกหาบ 800 - 1,000 rs ต่อวันค่ะ หรือมากกว่านี้กรณีที่บริการประทับใจสุดๆ หยกได้เดินเทรคสบายๆ ก็เพราะคุณลูกหาบนี้แหละค่ะ นับถือความแข็งแรงและการช่วยเหลือที่ดีเยี่ยมของเค้าจริงๆ เลยค่ะ

หยกแนะนำให้ซื้อขนมทานเล่น, ลูกอม, เยลลี่, snicker และ energy bar เป็นต้น จาก Kathmandu หรือ Pokhara ค่ะ ไม่ไปซื้อบนเขา ทั้งนี้ ตรวจสอบน้ำหนักของที่จะแบก จนเกินที่กำหนดไปมาก แล้วต้องมาแบกเองหนักๆ นะคะ เดี๋ยวจะลำบากและทรมานตอนเดินค่ะ

อีกเรื่องที่ประหยัดได้มากเลยคือ เรื่องน้ำดื่มค่ะ หยกแนะนำให้ซื้อ water purification tablets เอาไว้ฆ่าเชื้อน้ำดื่มก่อนทำการดื่มค่ะโดยที่เราสามารถเติมน้ำจากก๊อกน้ำ ในที่พักระหว่างเทรคได้เลย

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางการเทรคมีน้ำดื่ม 1 ลิตรขายในราคา 150 - 300 rs (45 - 90 บาท) ซึ่งแพงมากๆ อีกทั้งยังช่วยลดขยะพลาสติกบนเขาได้อีกด้วยค่ะ

หากใส่ water purification tablets แล้ว ดื่มได้เลยไหม? จำเป็นต้องใช้(ซื้อ)ที่กรองน้ำหรือเปล่า?

ไม่จำเป็นต้องใช้ที่กรองน้ำค่ะ สามารถดื่มได้โดยตรงเลยค่ะ เพราะ water purification tablets นี้ได้ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ จนกลายเป็นน้ำดื่มที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนการใช้ที่กรองน้ำนั้น จะช่วยในเรื่องการกรองตะกอนต่างๆ ให้ดูสะอาดและน่าดื่มค่ะ ทั้งนี้ น้ำดื่มตามธรรมชาติบนเขานั้นค่อนข้างใสค่ะ ยกเว้นแต่บนที่สูงมากๆ ที่ต้องใช้น้ำจากหิมะที่ละลาย

หยกแนะนำให้ซื้อ water purification tablets โดยกะประมาณให้เพียงพอกับปริมาณน้ำที่จะดื่มตลอดเทรคนะคะ แนะนำให้ดื่มอย่างน้อยๆ 4 - 5 ลิตรต่อวัน นั่นก็หมายความว่าต้องใช้ 4 - 5 เม็ดต่อวัน หากมาเทรค 4 วัน ก็เตรียมมาให้มากกว่า 20 เม็ด เผื่อหล่น เผื่อหายค่ะ แต่หากใครดื่มน้ำเยอะมากๆ ก็จัดไป 50 เม็ดเลยค่ะ จะได้สบายใจ (ราคาไม่แพงค่ะ กล่องเล็กสุดมี 50 เม็ด ราคา 130 rs หรือประมาณ 35 - 40 บาท เท่านั้นเองค่ะ)

* water purification tablets คือ ยาฆ่าเชื้อสำหรับน้ำดื่มแบบเม็ด

ยังค่ะๆ ใจเย็นๆ รอดูสถานการณ์เรื่องโควิดกันสักนิด ให้เวลาเพื่อนๆ ท่านอื่นๆ ได้ตัดสินใจ ชวนเพื่อนคู่ซี้ไปด้วย และทำเรื่องลางานกันสักหน่อย เพราะยังมีเวลาคิดกันอีกนานค่ะ โดยที่หยกจะส่งอีเมลยืนยันหากทริปไหนมีเพื่อนร่วมทริปครบ 5 คนแล้ว และ ปลอดภัยจากโควิด นั่นก็หมายความว่าซื้อตั๋วเครื่องบินและเตรียมตัวไปเทรคกันได้เลยค่ะ

อย่าลืมส่งรายละเอียดไฟลท์บิน พร้อมวันที่เดินทาง ทั้งขาไปและกลับมาให้หยกที่อีเมล trips@sanooktiew.com ด้วยนะคะ

ซึ่งหยกจะทำการจองที่พักและอื่นๆ ให้เรียบร้อยเลยค่ะ แต่หากทริปนี้ไม่เกิดขึ้น หยกก็จะคืนเงินให้เต็มจำนวน ภายใน 3 วันที่แจ้งยกเลิกนะคะ

ง่ายๆ เลยค่ะ แค่ทำการสำรองที่ กรอกข้อมูล แต่ยังไม่ต้องจ่ายเงินมัดจำใดๆ

ขั้นตอนการสำรองที่

1). เลือกทริปที่เพื่อนๆ สนใจ
2). กด "สำรองที่ พร้อมลุย!" พร้อมกรอกรายละเอียดให้เรียบร้อย

* เมื่อใดที่ โควิดหายไปแล้ว และทริปออกแน่นอน หยกจะมาแจ้งเรื่องการชำระค่าใช้จ่ายให้เพื่อนๆ ทราบนะคะ

ได้ค่ะ เพื่อนๆ สามารถมัดจำได้ค่ะ :)

* เมื่อใดที่ โควิดหายไปแล้ว และทริปออกแน่นอน หยกจะมาแจ้งเรื่องการมัดจำให้เพื่อนๆ ทราบนะคะ

หากมีการกล่าวถึงเรื่อง การโอนสิทธิ์ เกิดขึ้น แสดงว่า เพื่อนๆ ได้ทำการชำระค่าใช้จ่ายทริปมาแล้ว ก็แสดงว่า ไม่มีโควิดแล้ว ก็จะดีใจมากๆ เลยค่ะ เย้ๆๆๆ

การโอนถ่ายทริปให้กับเพื่อนท่านอื่นนั้นเป็นไปได้ค่ะ สามารถดำเนินการได้ดังนี้

1). แจ้งหยกทันที และต้องทำการโอนสิทธิ์ก่อนทริปเริ่ม 30 วัน หรือ ก่อนหยกเดินทางไปเนปาล ซึ่งหยกจะแจ้งวันเดินทางของหยกให้เพื่อนๆ ทราบนะคะ (ในกรณีที่หยกต้องเดินทางไปเนปาลก่อน เพราะหยกมีทริปก่อน หรือ ต้องไปเตรียมการก่อน ก็ตามแต่ จะไม่สามารถทำการโอนสิทธิ์หลังจากหยกเดินทางไปเนปาลแล้วนะคะ)

2). ผู้ที่ไปแทน จะต้องส่งเอกสารต่อไปนี้ ให้ถึงมือหยก ก่อนที่หยกจะเดินทางไปเนปาลนะคะ
- สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด และรูปถ่ายพื้นหลังสีอ่อน (ถ่ายมาภายใน 6 เดือนนี้) ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
- สำเนาประกันการเดินทาง หากใครซื้อเรียบร้อยแล้ว
- เที่ยวบินและเวลาบิน ทั้งขาไปและกลับ กรุงเทพฯ-กาฐมาณฑุ ส่งมาที่ trips@sanooktiew.com

หากมีการกล่าวถึงเรื่อง การคืนเงิน เกิดขึ้น จะดีใจมากๆ เลยค่ะ แสดงว่า ไม่มีโควิดแล้ว หยกจัดทริปเทรคกิ้งจริงๆ แล้ว เพื่อนๆ ก็ไปเที่ยวได้แล้ว เย้ๆๆๆ

ดังนั้นแล้ว เพื่อนๆ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า เพื่อนๆ ได้ตกลงใจร่วมทริปกับหยกแล้ว และหยกได้ดำเนินการจองและเตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว การยกเลิกทริปทำได้โดยส่งอีเมลเข้ามาที่ trips@sanooktiew.com เพื่อทำการแจ้งยกเลิกกับหยกทันที และมีเงื่อนไข ดังนี้

- ไม่มีการคืนเงินมัดจำในกรณีที่ทำการวางเงินมัดจำนะคะ
- ทำการยกเลิกมากกว่า 31 วัน ก่อนวันเริ่มทริป จะได้เงินคืน 80%
- ทำการยกเลิกภายใน 30 วัน ก่อนวันเริ่มทริป จะได้เงินคืน 50% เพราะหยกได้ดำเนินการเรื่องทริปกับทางเนปาลไปแล้ว จึงไม่ได้มีแค่หยกเท่านั้นที่เกี่ยวข้องด้วยแล้วนะคะ แต่ยังมีพาทเนอร์หยกทางเนปาลด้วยค่ะ
- ยกเลิกหลังจากการยืนยันออกทริปแล้ว หรือ ยกเลิกทริปแบบนาทีสุดท้าย หลังจากที่หยกได้จัดเตรียมทุกอย่างกับพาทเนอร์ทางเนปาลไว้แล้ว หรือ หลังจากที่หยกเดินทางเข้าเนปาลเพื่อไปเตรียมทริปกับเนปาลแล้ว จึงสร้างความเสียหายให้แก่หยก, พาทเนอร์เนปาล และเพื่อนๆ ในกลุ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีจำนวนคนน้อยกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ดังนั้นแล้ว กรณีนี้จะไม่ได้เงินคืนนะคะ

ในการมิตติ้ง พบปะก่อนออกทริป หยกขอให้เพื่อนๆ เตรียมเอกสารดังต่อไปนี้มาให้หยกกับมือด้วยค่ะ

- สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด และรูปถ่ายพื้นหลังสีอ่อน (ถ่ายมาภายใน 6 เดือนนี้) ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
- สำเนาประกันการเดินทาง หากใครซื้อเรียบร้อยแล้ว

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีกฎหรือข้อบังคับใดๆ เกี่ยวกับการได้รับวัคซีนก่อนเดินทางเข้าประเทศเนปาล แต่ทั้งนี้ ก็มีวัคซีนที่แนะนำว่านักท่องเที่ยวควรได้รับค่ะ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูงในเนปาล จะเป็นวัคซีนชนิดไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่จะอยู่ในเนปาล ประเภทของกิจกรรมที่จะทำ ตลอดจนความเหมาะสมของตัวนักท่องเที่ยวเอง จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

ควรพึงระลึกอยู่เสมอว่า วัคซีนบางชนิดต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้ง โดยอาจมีระยะเวลาห่างกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือนเลยก็ได้ จึงควรมีการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการรับวัคซีนก่อนเดินทางแต่เนิ่นๆ นะคะ ซึ่งวัคซีนที่แนะนำให้ได้ ได้แก่ Typhoid, Hepatitis A, Hepatitis B และ Rabies เป็นต้น

โดยสามารถปรึกษาเรื่องการรับวัคซีนได้ที่ คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลิ้งค์นี้ เลยค่ะ

หยกขอแนะนำเจ้าที่หยกใช้บริการอยู่นะคะ คือ Tokio Marine HCC โดยที่เจ้านี้ครอบคลุมกิจกรรมการเทรคกิ้งบนภูเขาที่ความสูงไม่เกิน 4,500 เมตร และยังครอบคลุมประเทศเนปาลด้วยค่ะ จะมีประกัน 2 แพลน ให้ได้เลือก คือ Atlas Travel และ Atlas Premium โดยหยกจะเลือกตัว Atlas Premium ค่ะ เพราะให้ความคลุมครองที่ดีกว่า ลองเข้าไปศึกษาดูนะคะ

ประกันการเดินทาง

วิธีการซื้อ

1. เลื่อนลงไปที่ด้านล่างๆ แล้วเลือก "Get Atlas Travel" หรือ "Get Atlas Premium"
2. จากนั้นที่ทางด้านขวาจะมีช่องให้ใส่รายละเอียด โดยสังเกตได้จากคำว่า "Start Your Quote Here"
3. ที่ช่อง "Coverage Area" เลือก worldwide, excluding U.S. จากนั้นใส่รายละเอียดวันเดินทางไปและกลับ และใส่วันเดือนปีเกิด
4. หากมีผู้เดินทางมากกว่า 1 ท่าน ให้เลือก "Add traveler" แล้วใส่วันเดือนปีเกิด
5. จากนั้นคลิ๊ก "Choose my deductible"
6. เราจะได้ราคามาสำหรับ 2 แพลนเลยค่ะ เลือกแพลนที่ต้องการ (แนะนำตัว Premium ค่ะ) จากนั้นใส่ชื่อประเทศที่จะไป แล้วดำเนินการชำระเงิน

การเดินทางท่องเที่ยวทุกประเภทนั้นมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งจากตัวเราเอง และ/หรือสิ่งรอบข้างที่คาดการณ์ไม่ได้

ดังนั้นแล้ว หยกขอปฏิเสธข้อเรียกร้องและความรับผิดชอบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากท่องเที่ยวตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยถือว่าเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริปนั้นตกลงใจในความรับผิดชอบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นใดๆ ด้วยตัวเองนะคะ

แต่หากยังคงมีข้อข้องใจ, คำถามเพิ่มเติม, มีอะไรที่ไม่ชัดเจน หรือ ต้องการคำแนะนำอื่นใด อย่ารีรอ กดปุ่ม “คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริป หยกพร้อมตอบค่ะ” ที่ด้านบนของหน้านี้ (ข้างปุ่ม “สำรองที่ พร้อมลุย!”)

หรือ ส่งอีเมลเข้ามาถามหยกได้ที่ trips@sanooktiew.com ด่วนๆ เลยค่ะ

หยกจะรีบตอบกลับเพื่อช่วยไขสิ่งที่ค้างคาใจทันที มาร่วมทริป ไปเทรคกิ้งกับหยกนะคะ