ระยะเวลา: 11 วัน (เทรคกิ้ง 6 วัน) ความสูงสูงสุด: 4,500 ม. จำนวนคนขั้นต่ำ: 5 คน 7 คน ก็ออกแล้วค่ะ คนพาเที่ยว: หยกพาเที่ยวเองทุกทริปค่ะ วิธีชำระเงิน: โอนเงินผ่านธนาคาร และตู้ ATM
  • ภาพรวม
  • แผนการเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายรวม
  • ค่าใช้จ่ายไม่รวม
  • ค่าใช้จ่าย
  • คำถามที่พบบ่อย

ทางเดินป่าที่มีเอกลักษณ์ กับ Mardi Himal Base Camp Trek ในป่าโบราณที่มีความสวยงาม เขียวขจีและร่มรื่น ทั้งยังได้เดินตามสันเขา เดินง่าย ถึงเส้นทางนี้จะไม่ใช่เส้นทางใหม่ ทั้งยังอยู่ในเขต Annapurna แต่ก็ยังไม่เปนที่รู้จักกันมากนักเทรคนี้จึงไม่พลุ่กพล่าน โดยที่พึ่งจะเริ่มฮิตกันในปีนี้นี่เองค่ะ น่าจะด้วยเหตุผลที่ว่า ABC ปิดและที่พักถูกทำลายจากพายุหิมะ เทรคเกอร์ที่ผิดหวังจาก ABC จึงย้ายมาเทรคเส้นนี้แทน จุดเด่นของที่นี่คือการได้เห็น Macchhapuchhre อย่างใกล้ชิด อย่างใหญ่สุดๆ กับเพื่อนพ้อง Annapurna และ Hiunchuli พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวที่ High Camp ไม่เพียงเท่านั้น เรายังจะเดินไปชมความงามของหิมาลัยที่ใกล้ขึ้นไปอีกที่ Mardi Himal Base Camp ด้วยนะคะ

หยกเลือกที่จะจัดเทรคให้แตกต่างไปจากแผนการเดินทั่วๆ ไปที่เค้ามักจัดกันค่ะ ด้วยความที่อยากให้เพื่อนๆ ได้มีทริปที่ดีเยี่ยม ได้ประสบการณ์ที่ประทับใจแบบไม่รู้ลืม จนต่อบอกต่อกันเลยค่ะ 

เพื่อนๆ สามารถดูบทความรีวิว, รูปภาพของบรรยากาศที่จะได้เห็นระหว่าง และเรื่องเล่าประสบการณ์ สอดแทรกคำแนะนำข้อควรรู้ควรระวัง ของเทรคเส้นทางนี้ได้ที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ Mohare + Khopra + Mardi Himal

หากจะถามถึงประสบการณ์เทรคกิ้งที่เนปาล ก็มีเส้นฮิต Poon Hill และ Manaslu & Tsum ค่ะ นอกจากนั้นก็ไปเทรคที่เอเชียกลาง ประเทศคีร์กีซสถาน และ ประเทศทาจิกิสถาน ที่สนุกสนานมากๆ ขนาดที่ไปนานเป็นเดือนเลยค่ะ และก็มีที่อื่นประปรายในอุทยานแห่งชาติในไทยค่ะ เช่น สันหนอกวัว และ ดอยลังกาหลวง เป็นต้น

เพื่อนๆ ท่านใดสนใจออกทริป เทรคกิ้งเนปาล Mardi Himal Base Camp กับหยก หลังจากทำการสำรองที่เรีบร้อยแล้ว อย่าลืมกรอกรายละเอียดส่วนตัวในแบบฟอร์มที่ลิ้งค์นี้ให้หยกด้วยนะคะ จะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น และเตรียมพร้อมเที่ยวได้อย่างสนุกขึ้นค่ะ

หยกไม่ใช่คนจัดเที่ยวมืออาชีพ แต่หยกเป็นนักเดินทาง เลยรู้ว่าเที่ยวให้สนุกต้องเที่ยวยังไง ไปดูแผนคร่าวๆ พร้อมรูปภาพงามๆ เป็นน้ำจิ้มกับ 11 วัน ที่เราจะอยู่ด้วยกันเลยค่ะ

* ที่นี่คือเนปาล อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นรถติด ปิดถนน รถไม่ออก ฝนตก พายุเข้า ผิดแผน ออกนอกเส้นทาง ไฟท์ล่าช้า เครื่องไม่บิน ตกลงแต่ไม่ตกลง พูดว่าใช่แต่ส่ายหน้า เป็นต้น จงยอมรับและมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ที่เราควบคุมไม่ได้ ด้วยการเปิดตาเปิดใจ อะไรที่ผิดแผน ไม่เป็นไปดั่งที่วางแผนไว้ ก็ทำการปรับเปลี่ยนใหม่ไปตามสถานการณ์นั้นๆ ให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่คาดหวัง และสนุกสนานด้วยกันนะคะ

** แผนการเดินอาจมีการเปลี่ยนและ/หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น

เทรคกิ้งเนปาล Mardi Himal Base Camp

แผนการเดินทาง ลุย!

Day 0

วันที่ : 23 ตุลาคม 2019

เดินทาง ไทย - เนปาล หยกเรียก day 0 เพราะวันนี้เรายังไม่มีกิจกรรมใดๆ ค่ะ

การผจญภัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ เดินทางด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมา --- ยื่นขอวีซ่า Visa on Arrival ที่สนามบินตรีภูวัน ประเทศเนปาล ให้เรียบร้อย --- จากนั้นเดินทางมาเจอกันที่ที่พักใน Kathmandu นะคะ (ค่าแท๊กซี่ประมาณ 600 - 700 rs นะคะ)

Day 1

วันที่ : 24 ตุลาคม 2019

ช้อปปิ้ง เลือกซื้อ/เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง ลิ้มรสอาหาร และเดินเล่นชมเมือง

ทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารพื้นเมือง จากนั้นก็ไปลุยทาเมล เริ่มด้วยการช้อปปิ้งหรือเช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง หากใครอยากจะช้อปของฝาก ของที่ระลึกเลยก็ไม่ว่ากันค่ะ ตามด้วยการช้อปของกิน ของใช้ที่เป็นประโยชน์ระหว่างการเทรคกิ้ง เช่น water purification tablets, snickers, energy bar, ขนมต่างๆ และกระดาษชำระ เป็นต้น --- ในส่วนของอาหารเที่ยงและเย็นนั้น เพื่อนๆ จะได้ทานอาหารพื้นเมืองที่ต้องลอง ต้องรู้จัก ไม่งั้นจะเรียกว่าเชย (แต่หยกจะไม่พาไปทาน dal baht นะคะ เพราะเราจะได้เจอเมนูนี้ตลอดการเทรคกิ้งเลยค่ะ) กับร้านอาหารที่อร่อยมากๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวพื้นเมืองไปนั่งทานกันค่ะ

Day 2

วันที่ : 25 ตุลาคม 2019

เดินทางด้วยรถส่วนตัวจาก Kathmandu เข้าเมือง Pokhara

06.30 น แพ๊คของเรียบร้อย พร้อมเพรียงแบกกระเป๋ามาเรียงราย เตรียมตัวเดินทางเข้า Pokhara ค่ะ --- 14.00 - 15.00 น. เดินทางถึงเมือง Pokhara --- จากนั้นก็เดินเล่นเพลินๆ และเก็บบรรยากาศยามเย็นริมทะเลสาบ Phewa

Day 3

วันที่ : 26 ตุลาคม 2019

เดินทางด้วยรถส่วนตัวไปยัง Landruk (3 - 4 ชั่วโมง) แล้วเริ่มเทรคกันเลยค่ะ | Landruk 1630 m - Rest Camp 2600 m (3 - 4 hr)

06.30 น. พร้อมเพียงกันที่หน้าโรงแรม เตรียมตัวเดินทางไปยังจุดเริ่มเดิน --- 11.00 น. เดินทางถึง Landruk ทานอาหารเที่ยงเติมพลังกันที่นี่เลยค่ะ --- 12.00 น. เริ่มเทรคกันได้เลย โดยเราจะเดินทาง Landruk ไปยัง Rest Camp ซึ่งทางเดินช่วงแรกจะเป็นการเดินบันไดผ่านบ้านเรือนของชาวพื้นเมืองใน Landruk ที่มีวิวของ Annapurna คอยโบกมือทักทายให้กำลังใจในการไต่ระดับความสูงในวันนี้ จากนั้นก็เดินไต่ระดับความสูงตามทางเดินราบชันขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ไม่ได้ชันนัก แต่พอเริ่มเหนื่อย จากทางเดินกลางแจ้งก็กลายเป็นทางเดินร่มรื่นใต้ต้นไม้เขียวขจี พลอยให้สดชื่นและคลายความเหนื่อยไปได้บ้าง เดินๆ หยุดๆ พักๆ ไม่นานก็ถึง Forest Camp ก่อนจะเดินต่อเบาๆ อีกนิดเพื่อไปค้างแรมกันที่ Rest Camp

Day 4

วันที่ : 27 ตุลาคม 2019

Rest Camp 2600 m - Badal Danda 3200 m (2 - 2.5 hr)

วันนี้เราเดินกันสั้นๆ กับทางเดินในร่ม เขียวขจี เดินสบาย ลาดชันแค่ช่วงสั้นๆ แบบไม่กี่ก้าว ไปจนถึง Badal Danda ซึ่งมีความสูงกว่า 3200 เมตร ที่พักของค่ำคืนนี้ค่ะ ที่นี่มีวิวที่สวยและบรรยากาศดีมากๆ ซึ่งเราจะฝากท้องมื้อเที่ยงและเย็นไว้ที่ Badal Danda ค่ะ --- ** วันนี้เราเดินกันสั้นๆ ค่ะ หยกจะยังไม่พาเพื่อนๆ เดินไปที่ High Camp ทันที ถึงแม้เราจะเดินไปได้ เพราะเดินอีกไม่ไกลก็ถึงแล้วค่ะ แต่ด้วยความสูงของ High Camp ที่ค่อนข้างสูง คือ 3525 เมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอาการ AMS อย่างมาก (หากเราเดินไปจาก Rest Camp ที่สูง 2600 เมตร) เราจึงจะพักกันที่ Badal Danda ที่สูง 3200 เมตร เพื่อให้ร่างกายมีการปรับตัวกับความสูง

Day 5

วันที่ : 28 ตุลาคม 2019

Badal Danda 3200 m - High Camp 3525 m (1.5 - 2 hr)

ทางเดินกลางแจ้งที่สวยงาม เดินเพลิน และสนุกมากๆ เดินไปก็ยลโฉม Annapurnaและ Hiunchuli ที่โผล่มาทักทายทางซ้าย และ Macchhapuchhre ในทางขวา

Day 6

วันที่ : 29 ตุลาคม 2019

High Camp 3525 m - Viewpoint 4,250 m & Mardi Himal BC 4,500 m - High Camp 3525 m (6 - 7 hr) | High Camp 3525 m - Lower High Camp 3350 m (1-1.5 hr)

วันนี้เราจะออกเดินตั้งแต่เช้ามืด เพื่อไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวเหนือ High Camp จากนั้นไปต่อกันที่ Mardi Himal Base Camp --- จากนั้นเราจะลงไปพักกันที่ Lower High Camp ที่ห่างไปแค่ชั่วโมงนิดๆ เองค่ะ โดยที่นี่มีวิวพาโนรามาที่งดงามและบรรยากาศดีมากๆ น่าพักสุดๆ ให้เราได้เก็บภาพของหิมาลัยอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ก่อนที่เทรคจะสิ้นสุดลงค่ะ

Day 7

วันที่ : 30 ตุลาคม 2019

Lower High Camp 3350 m - Pothana 1890 m (7.5 - 8.5 hr)

วันนี้อาจจะหนักไปที่ระยะทาง แต่ทางเดินง่าย สวย ร่มรื่น เขียวขจีด้วยมอสและเฟิร์น ทั้งยังมีดอกไม้ป่า และกล้วยไม้สีขาวๆ ซึ่งเป็นทางเดินที่มีเอกลักษณ์มากๆ เราจะพักทานอาหารเที่ยงกันที่ tea shop ที่เป็นแค่ร้านอาหารเดี่ยวๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขียวขจี บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ แล้วเดินลงไปพักที่ Pothana ซึ่งเป็นอีกที่พักที่บรรยากาศดี ที่ยังคงเห็น Macchhapuchhre สวยๆ

Day 8

วันที่ : 31 ตุลาคม 2019

Pothana 1890 m - Phedi 1125 m (2.5 - 3.5 hr) | เดินทางเข้า Pokhara

ทางเดินวันนี้จะเป็นทางเดินของการบอกลาหิมาลัยที่งดงามและประทับใจสุดๆ กับการเดินเคียงคู่กับหิมาลัยงามๆ ทั้ง Annapurna, Hiunchuli และ Macchhapuchhre ไปจนเกือบถึง Phedi เลยค่ะ ที่ทำให้ทางเดินสั้นๆ นั้นแลดูไกลมากๆ จากนั้นเราจะนั่งรถจาก Phedi เข้า Pokhara กันค่ะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง --- 13.00 - 14.00 น. ถึงที่พักใน Pokhara --- 18.30 น. ฉลองมื้อเย็นกันด้วยร้านอาหารนานาชาติค่ะ คงเบื่ออาหารเนปาลีกันแล้วสินะคะ

Day 9

วันที่ : 1 พฤศจิกายน 2019

เดินทางด้วยรถส่วนตัวจาก Pokhara เข้า Kathmandu | ช้อปปิ้ง

07.30 น แพ๊คของเรียบร้อย พร้อมเพรียงแบกกระเป๋ามาเรียงราย แล้วนั่งรถส่วนตัวกลับเข้า Kathmandu กันค่ะ --- 15.00 - 16.00 น. เวลาการเดินทางถึงเมือง Pokhara นั้นไม่แน่นอน อาจมีรถติดนานเป็นชั่วโมงในช่วงก่อนเข้า Kathmandu ก็ได้ค่ะ ดังนั้น เตรียมขนม เสบียง และน้ำดื่มให้พร้อม --- ลุยทาเมลและช้อปปิ้งก่อนกลับ

Day 10

วันที่ : 2 พฤศจิกายน 2019

เดินทางกลับ เนปาล - ไทย

เดินทางกลับไทยพร้อมมิตรภาพ ความสนุก และความทรงจำที่ดี กับทริปที่ประทับใจสุดๆ ด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมาค่ะ เจอกันทริปหน้านะคะ (ค่าแท็กซี่ไปสนามบิน 500 rs ค่ะ)

มิตติ้งก่อนออกทริปในกรุงเทพฯ (ไม่รวมอาหารและเครื่องดื่ม) พูดคุยนัดแนะ เพื่อการเตรียมตัวเทรคให้พร้อมที่สุด (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย ข้อ 3)
ค่าที่พักจำนวน 3 คืนใน Kathmandu รวมอาหารเช้า (แชร์ห้องพัก)
ค่าที่พักจำนวน 2 คืนใน Pokhara รวมอาหารเช้า (แชร์ห้องพัก)
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเดินป่า ACAP และ TIMS Card
ค่าเดินทางด้วยรถส่วนตัวตลอดทั้งทริปตามที่กำหนดไว้ในแผนการเดินทาง (ยกเว้น ไป-กลับ สนามบิน)
ค่าไกด์พื้นเมือง
ค่าลูกหาบ (20 กิโลกรัม) โดยลูกหาบ 1 คน ต่อ เทรคเกอร์ 2 คน (คนละ 10 กิโลกรัม) พร้อม duffle bag
ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าที่พัก ของทั้งไกด์และลูกหาบตลอดเทรค
ค่าประกันการเดินทางของไกด์และลูกหาบ

ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ BKK หรือ DMK-KTM
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเนปาล ($25 สำหรับวีซ่า 15 วัน | $40 สำหรับวีซ่า 30 วัน | $100 สำหรับวีซ่า 90 วัน)
ค่าเดินทางไป-กลับ สนามบินตรีภูวัน-เมืองทาเมล
ค่าอาหารใน Kathmandu และ Pokhara
ค่าที่พักและมื้ออาหารตลอดการเทรค
ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดทริป
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดทั้งทริป เช่น ค่าอาบน้ำร้อน, ค่าอินเทอร์เน็ต, ค่าซักรีดเสื้อผ้า, ค่าโทรศัพท์ และค่าชาร์จไฟ เป็นต้น
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ท่องเที่ยว เช่น การเช่าถุงนอน เป็นต้น
ค่าประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการกู้ภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์บนที่สูงที่ครอบคลุมความสูงของเส้นทางที่เทรค
ค่าสินน้ำใจตอบแทนสำหรับไกด์และลูกหาบ โดยเฉพาะคุณลูกหาบที่ทำให้เราได้เดินอย่างสบายๆ ไม่ต้องแบกของหนัก

ชื่อรายการ สวัสดี วันนี้วันแรก วันสุดท้าย บ๊ายบาย จำนวนคน ค่าใช้จ่าย
  • Mardi Himal BC
    วันพุธ
    23 ตุลาคม 2019
    11 days
    วันเสาร์
    2 พฤศจิกายน 2019
    ฿26,500.00
    ต่อท่าน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หยกได้มีโอกาสไปเทรคกิ้งบนเส้นทางเก่าแก่ที่มีมานานแล้วแหละค่ะ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักดีนัก จึงมีจำนวนคนที่พบเจอระหว่างเทรคแค่หลักสิบต่อวันเท่านั้นเอง (ลองดูได้จากรูปภาพเลยค่ะ คนสุดจะน้อย ถ่ายวิวมุมไหนก็ได้วิวเต็มๆ) ที่ยังคงมีความสวยงาม ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความสดใหม่ในสไตล์ดั้งเดิมของเทรล ที่ยังไม่มีการปนเปื้อนด้วยการก่อสร้างถนนหนทาง ที่เริ่มจะหายากมากแล้วในปัจจุบัน นอกจากจะได้ชมวิวพาโนรามาของเทือกเขาหิมาลัยสวยๆ ชัดๆ ใกล้ๆ แทบจะทุกวันแล้ว ทางเดินยังมีความหลากหลาย และเดินไม่ยากอีกด้วยค่ะ ทั้งที่พักในหลายๆ คืนก็ยังตั้งอยู่บนเนินหรือบนสันเขาที่มีวิวพาโนรามาของหิมาลัยทั้งหลายให้ได้ยลโฉม แบบที่ฟินสุดๆ เลยค่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลงกันแล้วบอกกันเลยดีกว่าค่ะว่า 3 เส้นทางเทรคกิ้งที่จะเนรมิตประสบการณ์เทรคกิ้งในแบบที่เพื่อนๆ คาดไม่ถึงเหล่านี้คือเส้นทางใดบ้าง

1. Mohare + Khopra (Khayer Lake) + Mardi Himal Base Camp Trek
2. Mardi Himal Base Camp Trek
3. Mohare + Khopra (Khayer Lake) Trek

หยกพาเที่ยวด้วยตัวเองทุกทริปเลยค่ะ และยังจะนัดเจอมิตติ้งกันเบาๆ พูดคุย นัดแนะ เตรียมตัวให้พร้อมสุดๆ ก่อนออกทริปด้วย สนุกแน่นอน อู้ยย ตื่นเต้นน

หยกจะจัดมิตติ้งที่กรุงเทพฯ ก่อนออกทริปค่ะ เพื่อทำความรู้จักกัน พูดคุยนัดแนะ และเตรียมตัวต่างๆ เพื่อที่หลังจบทริปแล้ว เพื่อนๆ ทุกคนสนุกและได้รับความประทับใจกลับบ้านไปด้วย
- การจัดเลือกซื้อกระเป๋าแบ็คแพ็ค
- การจัดกระเป๋า และ การสะพายกระเป๋าแพ็คแพ็ค
- เสื้อผ้ากันหนาว เตรียมอะไรไป ใส่อะไรแบบไหนดี
- ของใช้ที่จำเป็น, ยาส่วนตัวที่ต้องพก, อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมี, ของกิน และอื่นๆ
- ไม้เท้าเดินป่า จำเป็นไหม ใช้อย่างไร
- การเลือกรองเท้าเดินป่าและการผูกเชือก
- เทคนิคการเดินป่าที่ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ
- การระมัดระวังเรื่อง AMS
- กฎของการพักและการทานอาหารตามที่พักระหว่างการเทรค
- อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งข้อแนะนำ ข้อควรรู้ และเคล็ดลับต่างๆ นานา เพื่อการเตรียมตัวเทรคให้พร้อมที่สุด

เตรียมคำถามและข้อสงสัยต่างๆ มาถามได้เลยค่ะ

ง่ายๆ เลยค่ะ เพราะหยกจัดทริปหาเพื่อนเที่ยว อยากไปเทรคกับคนคอเดียวกัน

ทั้งหยกยัง จัดทริปเส้นทางเดินเองและวางแผนเอง ไม่ได้ซื้อแพ๊คเกจผ่านเอเจนซี่ (ซึ่งการจัดแผนการเดินเองเช่นนี้ เอเจนซี่ส่วนใหญ่มักจะไม่ทำตามใจเราค่ะ เพราะเค้ามีคอนเน็กชั่นกับที่พักในเส้นทางเก่าๆ ที่เค้ามีที่เค้าจัดเดินอยู่แล้ว เลยมักจะหาข้ออ้างต่างๆ นานา เช่น เดินยาก ไม่สวย เคยมีคนหลง คนเสียชีวิต เป็นต้น ให้เราเปลี่ยนเส้นทางมาตามแพ๊คเกจที่เค้ามีค่ะ) ประกอบกับการที่หยกจะเลือกจองที่พักในเมืองแบบประหยัด เลยจะมีราคาที่ ถูกกว่าที่อื่น

นอกจากหยกจะจัดทริปเอง หยกยังพาเที่ยวเองทุกทริปด้วยนะคะ เลยจะมีความพิเศษและใส่ใจแบบสุดๆ ทั้งยังมีความลุย เหมือนกับไปเที่ยวกันเองกับเพื่อนจริงๆ ที่ยังคงคอนเซปต์ของความเป็นหยกด้วยการเดินทางด้วยรถสาธารณะ พาลิ้มลองอาหารพื้นเมืองในร้านที่ส่วนใหญ่จะมีแต่คนพื้นเมือง ที่เพื่อนๆ จะได้สัมผัสถึงบรรยากาศของการท่องเที่ยวในแบบที่ไม่เคยมาก่อน

ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนออกทริปหยกจะนัดเจอเพื่อนๆ เจอกันแบบตัวเป็นๆ เพื่อนัดแนะพูดคุย ให้ได้ซัก สอบถามข้อสงสัย เพื่อการเตรียมตัวเทรคกิ้งที่ดีเลิศและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งวันแรกในกาฐมาณฑุ หยกยังจะพาช้อป/เช่าอุปกรณ์กันหนาว เทรคกิ้งต่างๆ ที่เพื่อนๆ ขาดเหลือ และประสบการณ์อื่นๆ อีกมากมายที่เพื่อนคนนี้มีและพร้อมจะแบ่งปัน

อะฮ่า พร้อมที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนใหม่คนนี้แล้วใช่ไหมล่ะ

เทรคที่หยกจัดขึ้นนั้นไม่โหดค่ะ ทางเดินไม่ยาก ไม่มีการปีนป่าย ทั้งยังมีจำนวนวันของการเทรคตั้งแต่ 6, 9 และ 14 วันให้เพื่อนๆ ได้เลือก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีที่พักและอาหารตลอดเส้นทางการเดินเลยค่ะ และที่สำคัญที่สุดก็คือ "ต้องมีครั้งแรกสำหรับทุกคน" ใช่ไหมล่ะคะ

ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก่าก็สามารถเทรคได้สบายๆ เพียงแค่มือใหม่นั้นต้องเตรียมตัวให้มากเป็นพิเศษค่ะ ตั้งแต่การออกกำลังกาย การเตรียมอุปกรณ์กันหนาวและของที่จำเป็น(ไม่เอาของเผื่อใช้งานนะคะ)มาให้ครบ การปฏิบัติให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด AMS เป็นต้น ซึ่งหยกจะนัดเจอเพื่อนๆ แบบตัวเป็นๆ เพื่อพูดคุยและนัดแนะกันในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ก่อนออกเทรคค่ะ จะได้ไม่ต้องกังวลและมีการเตรียมตัวที่พร้อมที่สุด

สามารถลดไป 1 วันเต็มๆ ได้ค่ะ โดยที่ไม่จำเป็นต้องบินมาในวันแรก (Day 0: 23 ต.ค.) ค่ะ สามารถบินตามมาในวันที่ 2 (Day 1: 24 ต.ต.) ได้ เพราะเช้าวันที่ 3 (Day 2: 25 ต.ค.) เราจะเริ่มออกเดินทางไป Pokhara ค่ะ (ตารางวันที่ 2 (Day 1: 24 ต.ต.) คือเราจะเน้นช้อปปิ้งใน Kathmandu เพื่อซื้อหรือเช่าอุปกรณ์เทรคกิ้งที่ขาดเหลือ และช้อปขนมไว้เติมพลังระหว่างเทรค ทั้งนี้ ของบางสิ่ง สามารถฝากช้อป ฝากเช่าได้นะคะ)

ปัจจุบันมี 3 สายการบิน ที่บินตรงจากประเทศไทย คือ

1. Thai Airways บินจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,500 - 17,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
2. Nepal Airlines บินจากสนามบินสุวรรณภูมิเช่นกัน มีเที่ยวบิน 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น คือวันจันทร์, พุธ และศุกร์ วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,000 - 13,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
3. Lion Air บินจากสนามบินดอนเมืองค่ะ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 8,500 - 10,000 บาท ไม่มีอาหารบริการ และต้องซื้อน้ำหนักโหลดสัมภาระเพิ่ม

สามารถดูตั๋วเครื่องบินได้ที่นี่
https://clk.omgt3.com/?AID=1717925&PID=9818&WID=85507

* ราคาค่าตั๋วโดยสารและเที่ยวบินสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โปรดตรวจสอบข้อมูลราคาและเที่ยวบินอีกครั้งก่อนเดินทางนะคะ เพื่อที่จะได้ราคาและเที่ยวบินที่เป็นปัจจุบันค่ะ

แลกเป็นเงิน rs ให้เกินพอแล้วพกไปนะคะ คำนวณคร่าวๆ ได้ดังนี้ โดยทั่วไปแล้วอาหาร 3 มื้อ และ กาแฟหรือชาทุกมื้อ พร้อมที่พัก จะตกประมาณ $18 - 22 ต่อวันคะ

แต่หากพิเศษหน่อย ทานเยอะ แบบมีซุปหรือสั่งอาหาร 2 อย่าง มีของหวานตบท้าย ดื่มเครื่องดื่มพวกน้ำอัดลม ก็จะตกขั้นต่ำประมาณ $22 - 30 ต่อวันนะคะ

หยกแนะนำว่าหากคำนวณงบคร่าวๆ แล้วต้องเตรียมไป $100 ให้พกไปเพิ่มขั้นต่ำ 15 - 25% นะคะ เผื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ซื้อของกินของใช้ต่างๆ (กระดาษชำระ, สบู่ หรือ ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น), ค่าทิปไกด์และลูกหาบตอนจบทริป เป็นต้น เพราะเราไม่สามารถกดเงินสดหรือแลกเงินระหว่างการเทรคได้ค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว เราให้ค่าทิปไกด์ ไม่น้อยไปกว่า $5-10 ต่อวัน ส่วนลูกหาบ ก็ไม่น้อยไปกว่า $5 ต่อวันค่ะ นี่คือขั้นต่ำค่ะ โดยหารเฉลี่ยกันทั้งกลุ่ม ทั้งนี้ขึ้นกับความพึงพอใจ และบริการที่ได้รับนะคะ โดยให้เป็นเงิน rs นะคะ

เช่น ลูกหาบ 1 คน แบกของให้เรากับเพื่อน เทรคกัน 10 วัน แล้วลูกหาบคนนี้ดีมากๆ อารมณ์ดี ช่วยเหลือเราดีมาตลอด อยากจะทิปมากๆ แต่เรามีงบจำกัด ก็อาจจะให้ไปคือ $7 ต่อวัน เทรค 10 วัน ก็ให้ไปทั้งหมด $70 เรากับเพื่อนก็จ่ายให้ลูกหาบคนละ $35 ค่ะ ส่วนไกด์ก็คำนวณเหมือนกันและหารกันทั้งกลุ่มเช่นกันค่ะ ถือเป็นขั้นต่ำ แต่ใครจะให้มากกว่าก็แล้วแต่เลยค่ะ แต่หากกลุ่มใหญ่ ก็อาจจะต้องคำนวณ $10-15 ต่อวัน ตามความเหมาะสม

มีมากให้มาก มีน้อยให้น้อย มันเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมา และยังเป็นสินน้ำใจและกำลังใจให้คนเหล่านี้ได้ทำงานที่สุจริตต่อไป งานที่ช่วยให้เทรคเกอร์อย่างเราได้เดินเทรคตัวเบาอย่างสบายๆ

ส่วนตัวหยกแล้วปกติหยกจะทิปลูกหาบขั้นต่ำ $10 ต่อวันค่ะ หรือมากกว่านี้กรณีที่บริการประจำใจสุดๆ หยกได้เดินเทรคสบายๆ ก็เพราะคุณลูกหาบนี้แหละค่ะ นับถือความแข็งแรงและการช่วยเหลือที่ดีเยี่ยมของเค้าจริงๆ

หยกแนะนำให้ซื้อขนมทานเล่น, ลูกอม, เยลลี่, snicker และ energy bar เป็นต้น จาก Kathmandu หรือ Pokhara ค่ะ ทั้งนี้ ตรวจสอบน้ำหนักของที่จะแบก จนเกินที่กำหนดไปมาก แล้วต้องมาแบกเองหนักๆ นะคะ เดี๋ยวจะลำบากและทรมานตอนเดินค่ะ

อีกเรื่องที่ประหยัดได้มากเลยคือ เรื่องน้ำดื่มค่ะ หยกแนะนำให้ซื้อ water purification tablets โดยกะประมาณให้เพียงพอกับปริมาณน้ำที่จะดื่มตลอดเทรคนะคะ แนะนำให้ดื่มอย่างน้อยๆ 4 - 5 ลิตรต่อวัน นั่นก็หมายความว่าต้องใช้ 4 - 5 เม็ดต่อวัน หากมาเทรค 9 วัน ก็เตรียมมาให้มากกว่า 50 เม็ด เผื่อหล่น เผื่อหายค่ะ แต่หากใครดื่มน้ำเยอะมากๆ ก็จัดไป 100 เม็ดเลยค่ะ จะได้สบายใจ

ไม่จำเป็นต้องใช้ที่กรองน้ำค่ะ สามารถดื่มได้โดยตรงเลยค่ะ เพราะ water purification tablets นี้ได้ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ จนกลายเป็นน้ำดื่มที่ปลอดภัยแล้ว ส่วนการใช้ที่กรองน้ำนั้นจะช่วยในเรื่องการกรองตะกอนต่างๆ ให้ดูสะอาดและน่าดื่มค่ะ ทั้งนี้ น้ำดื่มตามธรรมชาติบนเขานั้นค่อนข้างใสค่ะ ยกเว้นแต่บนที่สูงมากๆ ที่ต้องใช้น้ำจากหิมะที่ละลาย

โดยที่ตลอดเส้นทางการเทรคมีน้ำดื่ม 1 ลิตรขายในราคา 150 - 300 rs (45 - 90 บาท) ซึ่งแพงมากๆ

ยังค่ะๆ ใจเย็นๆ ให้เวลาเพื่อนๆ ท่านอื่นๆ ได้ตัดสินใจ ชวนเพื่อนคู่ซี้ไปด้วย และทำเรื่องลางานกันสักหน่อย เพราะยังมีเวลาคิดกันอีกนานค่ะ โดยที่หยกจะส่งอีเมลยืนยันหากทริปไหนมีเพื่อนร่วมทริปครบ 5 คนแล้ว นั่นก็หมายความว่าซื้อตั๋วเครื่องบินและเตรียมตัวไปเทรคกันได้เลยค่ะ (อย่าลืมส่งรายละเอียดไฟท์บิน พร้อมวันที่เดินทาง ทั้งขาไปและกลับมาให้หยกที่อีเมล trips@sanooktiew.com ด้วยนะคะ) ซึ่งหยกจะทำการจองที่พักและอื่นๆ ให้เรียบร้อยเลยค่ะ แต่หากทริปนี้ไม่เกิดขึ้น หยกก็จะคืนเงินให้เต็มจำนวนภายใน 3 วันที่แจ้งยกเลิกนะคะ

1). เริ่มแรกด้วยการเลือกทริปที่เพื่อนๆ สนใจ แล้วกรอกรายละเอียดต่างๆ ตามแบบฟอร์มในลิ้งค์นี้ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfoPaVqEu9f1U1rnFjuWU6S0jUxF54YS-Xi8ViFYjHLNCo5ug/viewform?usp=pp_url ให้ครบถ้วน

2). จากนั้นชำระค่าใช้จ่ายเพื่อสำรองที่ มาที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 016-433109-2
ชื่อบัญชี นางสาวสกุณา ศิริบูรณ์พิพัฒนา

3). หากโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ส่งหลักฐานการโอนเงิน โดยใส่หัวข้อว่า “พร้อมเทรค” มาที่ trips@sanooktiew.com

ได้ค่ะ มีกฎง่ายๆ คือ สามารถทำการจองได้ 2 วันเท่านั้น แล้วการสำรองที่จะถูกยกเลิกอัตโนมิติ ซึ่งสามารถทำการจองได้ง่ายๆ โดย
1). กดปุ่ม "สำรองที่ พร้อมลุย!" ที่หน้าแรกของทริปนั้นๆ แล้วตรวจสอบอีกครั้งว่าใช่ทริปที่สนใจหรือไม่
2). จากนั้น กดปุ่ม "ดำเนินการต่อ" แล้วกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน
3). กดปุ่ม "สำรองที่ พร้อมลุย!" ก็เป็นการเสร็จสิ้นค่ะ

การโอนถ่ายทริปให้กับเพื่อนท่านอื่นนั้นเป็นไปได้ค่ะ สามารถดำเนินการได้ดังนี้

1). แจ้งหยกทันที และต้องทำการโอนสิทธิ์ก่อน 9 กันยายน 2562 เท่านั้น

2). ผู้ที่ไปแทน (ผู้รับโอนสิทธิ์) จะต้องกรอกแบบฟอร์มตามลิ้งค์นี้ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfoPaVqEu9f1U1rnFjuWU6S0jUxF54YS-Xi8ViFYjHLNCo5ug/viewform?usp=pp_url

3). ผู้ที่ไปแทน จะต้องส่งเอกสารต่อไปนี้ ให้ถึงมือหยก ก่อน 13 กันยายน 2562 นะคะ (เพราะหยกจะเดินทางเข้า Kathmandu ในอีกไม่กี่วันนี้เพื่อเริ่มทริปแรกแล้วค่ะ)
- สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด และรูปถ่ายพื้นหลังสีอ่อน (ถ่ายมาภายใน 6 เดือนนี้) ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
- สำเนาประกันการเดินทาง หากใครซื้อเรียบร้อยแล้ว
- เที่ยวบินและเวลาบิน ทั้งขาไปและกลับ กรุงเทพฯ-กาฐมาณฑุ ส่งมาที่ trips@sanooktiew.com

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า เพื่อนๆ ได้ตกลงใจร่วมทริปกับหยกแล้ว และหยกได้ดำเนินการจองและเตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว การยกเลิกทริป จึงมีเงื่อนไข ดังนี้

- ส่งอีเมลเข้ามาที่ trips@sanooktiew.com เพื่อทำการแจ้งยกเลิกกับหยกทันที
- ยกเลิกก่อน 10 สิงหาคม 2562 จะได้เงินคืน 80%
- ยกเลิกระหว่าง 11 สิงหาคม - 12 กันยายน 2562 จะได้เงินคืน 50%
- การยกเลิกทริปแบบนาทีสุดท้าย หลังจากที่หยกได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว จึงสร้างความเสียหายให้แก่หยกและเพื่อนๆ ในกลุ่มอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีจำนวนคนน้อยกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ดังนั้นแล้ว หากทำการยกเลิกหลังวันที่ 13 กันยายน 2562 เป็นต้นไป จะไม่ได้เงินคืนนะคะ (เพราะหยกจะเดินทางเข้า Kathmandu ในอีกไม่กี่วันนี้เพื่อเริ่มทริปแรกแล้วค่ะ)

ซึ่งในการพบปะครั้งนี้ หยกขอให้เพื่อนๆ เตรียมเอกสารดังต่อไปนี้มาให้หยกกับมือด้วยค่ะ

- สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด และรูปถ่ายพื้นหลังสีอ่อน (ถ่ายมาภายใน 6 เดือนนี้) ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
- สำเนาประกันการเดินทาง หากใครซื้อเรียบร้อยแล้ว

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีกฎหรือข้อบังคับใดๆ เกี่ยวกับการได้รับวัคซีนก่อนเดินทางเข้าประเทศเนปาล แต่ทั้งนี้ ก็มีวัคซีนที่แนะนำว่านักท่องเที่ยวควรได้รับค่ะ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูงในเนปาล จะเป็นวัคซีนชนิดไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่จะอยู่ในเนปาล ประเภทของกิจกรรมที่จะทำ ตลอดจนความเหมาะสมของตัวนักท่องเที่ยวเอง จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

ควรพึงระลึกอยู่เสมอว่า วัคซีนบางชนิดต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้ง โดยอาจมีระยะเวลาห่างกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือนเลยก็ได้ จึงควรมีการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการรับวัคซีนก่อนเดินทางแต่เนิ่นๆ นะคะ ซึ่งวัคซีนที่แนะนำให้ได้ ได้แก่ Typhoid, Hepatitis A, Hepatitis B และ Rabies เป็นต้น

โดยสามารถปรึกษาเรื่องการรับวัคซีนได้ที่ คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://www.thaitravelclinic.com/th/

หยกขอแนะนำเจ้าที่หยกใช้บริการอยู่นะคะ คือ Tokio Marine HCC โดยหยกเลือกตัว Atlas Premium ค่ะ โดยที่เจ้านี้ครอบคลุมกิจกรรมการเทรคกิ้งบนภูเขาที่ความสูงไม่เกิน 4,500 เมตร ลองเข้าไปศึกษาดูนะคะ

https://www.tkqlhce.com/click-8071674-12157167

แต่หากยังคงมีข้อข้องใจ, คำถามเพิ่มเติม, มีอะไรที่ไม่ชัดเจน หรือ ต้องการคำแนะนำอื่นใด อย่ารีรอ กดปุ่ม Trip Enqiry ที่ด้านบนของหน้านี้ (ข้างปุ่ม Book Now) หรือ ส่งอีเมลเข้ามาถามหยกได้ที่ trips@sanooktiew.com ด่วนๆ เลยค่ะ หยกจะรีบตอบกลับเพื่อช่วยไขสิ่งที่ค้างคาใจทันที มาร่วมทริป ไปเทรคกิ้งกับหยกนะคะ