คนพาเที่ยว: ไกด์คนไทย หยกเองค่ะ ระยะเวลา: 11 วัน (เทรคกิ้ง 6 วัน 6 คืน) พิเศษ: ให้คำปรึกษาแนะนำ + พาช้อป/เช่าของ พิเศษ: เที่ยวในเมือง 1 วันเต็ม + ค่าเข้า ราคานี้รวม: BF + ที่พักในเมือง 4 คืน ราคานี้ไม่รวม: ตั๋วเครื่อง, วีซ่า, ประกัน
  • ภาพรวม
  • โปรแกรม
  • ราคานี้รวม
  • ราคานี้ไม่รวม
  • ราคา
  • คำถามที่พบบ่อย

ทัวร์ Langtang เนปาล

ทัวร์ Langtang เนปาล ได้รับการพิจารณาว่า เป็นหนึ่งในเส้นทางเทรคกิ้งที่ค่อนข้างง่าย กับทางเดินที่ง่ายต่อการเดิน แต่ยังให้บรรยากาศที่สวยงาม และน่าตื่นเต้น ไม่แพ้เส้นทางอื่นๆในเนปาล

นอกจากนี้ Langtang Trek (ลังตัง เทรค) อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติลังตัง (Langtang National park) จึงได้รับการอนุรักษ์ และ ปกป้องไว้เป็นอย่างดี ความเป็นธรรมชาติจึงยังคงสมบูรณ์อยู่มากค่ะ ทั้งยังมีป่าต้นโอ๊ค, ป่าไผ่ และ ป่ากุหลาบพันปี ที่ร่มเย็น สวยงาม ไหนจะยังมีสัตว์ป่านานาชาติ เช่น หมีดำหิมาลัย หรือ แพนด้าแดง ที่หากโชคดีก็จะโผล่ออกมาให้ได้ยลโฉม

  1. ลักษณะเส้นทางเดิน ทัวร์ Langtang เนปาล 
  2. ระดับความยากง่าย
  3. มือใหม่มาเทรคได้ไหม?
  4. จุดเด่นของ ทัวร์ Langtang เนปาล
  5. สภาพอากาศ ทัวร์ลังตัง ช่วง "ต้นเดือนธันวาคม"

เส้นทางเดียวกัน แต่ไปกับกลุ่มคนต่างกัน ประสบการณ์ที่ได้ก็ต่างกันนะคะ ยิ่งมีหยกจัดการทริปและพาเทรคด้วยแล้ว คุณภาพล้วนๆ ความสนุกเต็มล้นเลยนะคะ

ทำไมต้องมาเทรคกับหยก?

  • ประสบการณ์ที่เพื่อนๆ จะได้จะไม่เหมือนไปกับคนอื่นอย่างแน่นอน ด้วยทุกเส้นทางที่หยกออกแบบเองอย่างพิถีพิถัน และ ใส่ใจ กับทุกรายละเอียด ทั้งการเลือกที่พักเอง และ เลือกหมู่บ้านที่จะพักเอง และ พาเทรคเอง
  • ให้คำแนะนำปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ด้วยตัวหยกเองอย่างละเอียด
  • ให้คำแนะนำ และ พาเดินเลือกซื้อ/เช่าของเองที่เนปาล
  • เพื่อนๆ มีอิสระในการเลือกทานอาหารที่อยากทานเอง โดยหยกจะให้คำแนะนำร้านอาหารประเภทต่างๆ ในเมือง และอาหารประเภทต่างๆ บนเขา ที่รับรองว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ เพื่อนๆ จะไม่ได้แค่การเทรคกิ้ง
  • แจกเอกสาร check list ของที่ต้องเตรียมและข้อควรรู้ต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้นทาง แต่ละสภาพอากาศ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวอย่างดีพร้อมที่สุด
  • ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างเทรค หยกจะคอยแนะนำทริคต่างๆ เช่น การปรับไม้เท้าเดินป่า สำหรับทางชัน, ทางลาด และ ทางเรียบ หรือ การสะพายกระเป๋าให้ไม่เจ็บหลังและไหล่ หรือ การดูแลตัวเองเพื่อนหลีกเลี่ยง AMS เป็นต้น

1. ลักษณะเส้นทางเดิน ทัวร์ Langtang Trek 

- ทางเดินไม่ทรหด ไม่มีการไต่บันไดชันๆ หรือ ลงบันไดชันๆ ไม่มีการเดินขึ้นทางชันๆ ยาวๆ แล้วเดินลงทางลาดๆ ยาวๆ ไม่มีทางเดินริมผาแคบๆ น่ากลัวๆ เป็นต้น โดยที่ทางเดินส่วนใหญ่จะกว้าง เดินง่าย ค่อยๆ ลาดชันขึ้น และค่อยๆ ลาดชันลง ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ ลังตัง เทรค ถูกจัดว่า เดินง่าย-กลางๆ

- ลังตัง เทรค จะเป็นการเดินไป และ กลับ บนเส้นทางเดิม โดยหมู่บ้านที่สูงที่สุด ที่มีที่พัก คือ Kyanjin Gompa 3,850 เมตร ซึ่งที่นี่มี day hike หรือ การเดินไปจุดชมวิวหลายเส้นทางให้ได้เลือกเดินอีกด้วยนะคะ ที่นักท่องเที่ยวมักจะพักค้างแรมกันที่นี่อย่างน้อย 2 - 3 คืน เพื่อทำกิจกรรมเหล่านี้ ก่อนเดินกลับค่ะ ซึ่ง day hike ที่ฮิตๆ ก็คงจะเป็นการเดินไปพิชิตยอดเขา ต่อไปนี้

  • Kyanjin Ri หรือ Kyanjin Ri Lower Peak สูง 4,300 เมตร
  • Menchhyamsa Ri หรือ Kyanjin Peak สูง 4,590 เมตร
  • Tsergo Ri สูง 4,984 เมตร

2. ระดับความยากง่าย

หยกขอจัด ทัวร์ ลังตัง เทรค ให้อยู่ใน “ระดับง่าย-กลางๆ” เมื่อเทียบกับเส้นทางเทรคกิ้งอื่นๆ ที่มีอยู่มากมายในเนปาล ทั้งยัง ได้เห็นวิวหิมาลัย และได้บรรยากาศที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ ไม่แพ้เส้นทางอื่นๆ เลยค่ะ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

  • ระยะเวลาเดินจนจบเส้นทางแค่สั้นๆ คือ ประมาณ 4 - 6 วัน ขึ้นกับการวางแผนเส้นทาง
  • แต่ละวันเดินไม่เยอะมากค่ะ โดยเดินอยู่ระดับปกติ ของการเดินในเนปาล คือ 4 - 6 ชั่วโมง
  • จะมีวันที่หนักที่สุด คือ day hike วันที่เดินไป Kyanjin Ri 4300 m และ Menchhyamsa Ri 4590 ค่ะ ถึงแม้จะเดินสั้นๆ แต่เพราะความสูงที่สูง จึงให้ความยากของวันนี้อยู่ในระดับกลางๆ ค่ะ

3. มือใหม่มาเทรค ลังตัง เทรค ได้ไหม?

มือใหม่ จึงสามารถมาเทรคบนเส้นทางนี้ได้อย่างสบายค่ะ เพียงแค่ แนะนำให้เตรียมตัวมาให้ดีให้พร้อมสักหน่อย ออกกำลังกายมาสักนิด เพื่อที่จะได้สนุกสนานอย่างเต็มที่ และ เหนื่อยน้อยลงนะคะ

มือใหม่พึ่งเริ่มเทรค หรือ เพื่อนๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถมาเทรคได้นะคะ (ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีและถูก หยกให้คำแนะนำได้ค่ะ) หยกจะพาเทรคและดูแลอย่างดีเลยค่ะ

ลองทักมาคุยกันสิคะ แล้วเพื่อนๆ จะทราบได้เองเลยว่า

อยากไปเทรคด้วยกันมากแค่ไหน :)

4. จุดเด่นของ ทัวร์ Langtang Trek

ที่ Kyanjin Gompa มีตัวเลือกของกิจกรรมให้ทำเยอะ สบายแบบที่ไม่ต้องย้ายที่พักหลายๆ วัน

จาก Kyanjin Gompa มีเส้นทางเดินธรรมชาติแบบเดินไปเช้า เดินกลับบ่าย (กลับมานอนค้างที่ Kyanjin Gompa เหมือนเดิม) อยู่หลายเส้นทางเลยค่ะ สบาย ไม่ต้องแพ็คของ ไม่ต้องแบกของหนัก ตื่นปุ๊ป ทานอาหารเช้า พกของที่จำเป็นไป แล้วออกเดินได้เลย ไม่ว่าจะเป็น

  • การเดินไปพิชิตยอด Kyanjin Ri 4300 m, Menchhyamsa Ri 4590 m หรือ Tsergo Ri 4984 m
  • ชมวิว 360 ของบรรยากาศโดยรอบ ของหิมาลัยอันใหญ่โต และความงดงามของท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ที่ตัดกับความใหญ่โตสีขาวของหิมาลัย
  • หรือ จะแค่เดินเล่นไปยังภูเขารอบๆ ที่มีให้เลือกอยู่รอบทิศ ที่สูง 3,000 ปลายๆ หรือ 4,000 ต้นๆ ก็ยังได้เลยค่ะ

มีร้านกาแฟสด และ เบเกอรี่ บนเขาสูง 3850 m เชียวนะคะ

คอกาแฟและเบเกอร์รี่ต้องร้องกรี๊ด ก็ที่ Kyanjin Gompa ที่สูงถึง 3,850 เมตร นั้น มีร้านเบเกอร์รี่ ที่มีเครื่องทำกาแฟสด และ เครื่องอบขนม ขนาดใหญ่ (ที่ขนส่งกันมาโดยเฮลิคอปเตอร์) อยู่ถึง 2 ร้านถ้วน ให้ได้จิบกาแฟสด เคล้าขนมเค้กอร่อยๆ ท่ามกลางหิมาลัย กับความสูงกว่า 3850 m ที่คงจะฟินไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ

Seabuckthorn Juice น้ำผลไม้ท้องถิ่นของ ลังตัง ที่ต้องลอง

ในเดือนพฤศจิกายน เป็นฤดูของการเก็บผลไม้ประเภทเบอร์รี่ท้องถิ่น ชื่อ Hippophae Salicifolia ลูกเล็กๆ สีส้ม มีลักษณะเป็นพวง ที่ชาวพื้นเมืองนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ ชื่อ Seabuckthorn juice มีรสหวานอมเปรี้ยวที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและสารอนุมูลอิสระสดชื่นสุดๆ แบบที่เราต้องลิ้มลองค่ะ เพราะมีแค่ปีละหนเท่านั้นนะคะ

5. สภาพอากาศของ ลังตัง เทรค ในช่วงต้นธันวาคม

อากาศแห้ง ไม่มีฝน ฟ้าแจ่ม กลางวันอากาศเย็นสบาย ทำให้เดินได้สนุก ไม่มีเหงื่อให้เหนียวตัว กลางคืนอากาศหนาวค่ะ โดยยิ่งสูงก็ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว (ต้นเดือนธันวาคม จะหนาวน้อยกว่า กลางและปลายเดือนธันวาคม นะคะ)

  • กลางวันอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ สิบปลายๆ - ยี่สิบต้นๆ องศาเซลเซียส โดยที่ยิ่งสูงจะยิ่งหนาวค่ะ 
  • กลางคืน อุณหภูมิสามารถ 0 องศาเซลเซียส หรือ ติดลบเลขตัวเดียวต้นๆ ได้ค่ะ
  • หมู่บ้านสูงสุดที่เราจะค้างคืนกัน คือ Kyanjin Gompa 3850 m
  • ยอดเขาสูง ที่เราจะเดิน day hike ไป คือ Kyanjin Ri 4300 m และ Menchhyamsa Ri 4590 m

ทัวร์ Langtang เนปาล มีวันเต็มๆ เที่ยว Kathmandu

หยกนำเทรคเองทุกทริปนะคะ

หยกไม่ใช่คนจัดเที่ยวมืออาชีพ แต่หยกเป็นนักเดินทาง เลยรู้ว่าเที่ยวให้สนุกต้องเที่ยวยังไง ไปดูแผนคร่าวๆ ของ 11 วัน ที่เราจะอยู่ด้วยกัน ที่เราจะเที่ยวแบบเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน ที่ด้านล่างนี้เลยค่ะ

* ที่นี่คือเนปาล อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นรถติด ปิดถนน รถไม่ออก ฝนตก ฟ้าปิด พายุเข้า ผิดแผน ออกนอกเส้นทาง ไฟล์ทล่าช้า เครื่องไม่บิน ตกลงแต่ไม่ตกลง พูดว่าใช่แต่ส่ายหน้า ทำอาหารนาน เป็นต้น จงยอมรับและมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ที่เราควบคุมไม่ได้ ด้วยการเปิดตาเปิดใจ อะไรที่ผิดแผน ไม่เป็นไปดั่งที่วางแผนไว้ ก็ทำการปรับเปลี่ยนใหม่ไปตามสถานการณ์นั้นๆ ให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่คาดหวัง และสนุกสนานด้วยกันนะคะ

** แผนการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนและ/หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น

*** การเดินทางท่องเที่ยวทุกประเภทนั้นมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งจากตัวเราเอง และ/หรือสิ่งรอบข้างที่คาดการณ์ไม่ได้ ดังนั้นแล้ว หยกขอปฏิเสธข้อเรียกร้องและความรับผิดชอบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากท่องเที่ยวตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยถือว่าเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริปนั้นตกลงใจในความรับผิดชอบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นใดๆ ด้วยตัวเองนะคะ

แผนการเดินทาง ลุย!

Day 0

เดินทาง ไทย - เนปาล หยกเรียก day 0 เพราะวันนี้เรายังไม่มีกิจกรรมใดๆ ค่ะ

การผจญภัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ เดินทางด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมา เมื่อถึงสนามบินตรีภูวัน ประเทศเนปาล ยื่นขอวีซ่า Visa on Arrival

จากนั้น เดินทางมาเจอกันที่ที่พักใน Kathmandu นะคะ (ค่าแท๊กซี่ประมาณ 600 - 800 rs ค่ะ)

Day 1

ช้อปปิ้ง เลือกซื้อ/เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง ลิ้มรสอาหาร และเดินเล่นชมเมือง

ลุยทาเมล เริ่มด้วยการช้อปปิ้ง หรือ เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง หากใครอยากจะช้อปของฝาก ของที่ระลึกเลยก็ไม่ว่ากันค่ะ โดยหยกจะพาไปเช่าถุงนอน (ขนห่านแท้), เสื้อหนาวดาวน์ (ขนห่านแท้) และไม้เท้าเดินป่า จากนั้นจะพาไปช้อปอุปกรณ์เทรคกิ้งที่จำเป็นกันต่อ

ตามด้วยการช้อปของกิน ของใช้ที่เป็นประโยชน์ระหว่างเทรค เช่น water purification tablets, snickers, energy bar, ขนมต่างๆ และกระดาษชำระ เป็นต้น

และพลาดไม่ได้ กับการลิ้มลองอาหารรสเลิศ ทั้งอาหารเนปาล, อาหารอินเดีย และ อีกมากมาย กับร้านอาหารที่อร่อยมากๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวพื้นเมืองไปนั่งทานกันค่ะ

Day 2

เดินทางด้วยรถส่วนตัวไปยังจุดเริ่มเดิน Syabru Besi 1460 m (7 - 8 hr)

06.30 น. พร้อมเพรียง ออกเริ่มเดินทาง โดยที่เราจะใช้เวลาเดินทางกัน 7 - 8 ชั่วโมงเลยค่ะ มีคํากล่าวที่ว่า “วันที่ยากและหนักหนาที่สุดของการมาเทรคกิ้งเนปาล คือ วันแรกของการนั่งรถเพื่อเดินทางไปยังจุดเริ่ม
เดิน” ผ่านวันนี้ไปแล้ว การเทรคกิ้งก็จะง่ายขึ้นเลยนะคะ

16.30 น. เดินทางถึง Syabru Besi ทานอาหารเย็นเติมพลัง เข้านอนแต่หัวค่ำ เตรียมออกเทรคพรุ่งนี้

Day 3

Syabru Besi 1460 m - Rimche 2399 m (5 - 6 hr)

07.00 น. พร้อมลุยเทรคกิ้งวันแรกกันแล้วสินะคะ ออกเดินแต่เช้าหน่อย เราจะได้เดินเรื่อยๆ ค่อยๆ ไป หยุดพัก ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศให้เต็มที่ อาจจะพักทานอาหารเที่ยวระหว่างทาง หรือจะเก็บท้องไปทานที่ Rimche ที่ๆ เราจะค้างคืนกันก็ได้ค่ะ

Day 4

Rimche 2399 m - Gumba 3390 m (5.5 - 6.5 hr)

07.00 น. วันนี้เราจะเดินขึ้นไปยังความสูงกว่า 3390 เมตร ซึ่งตัวทางเดินนั้นง่ายค่ะ ทางเดินกว้าง เดินสนุก แค่กับความสูงที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ต้องใช้เวลาเดินนานกว่าที่ควร

11.30 น. นอกจากเราจะแวะทานอาหารเที่ยง กันที่หมู่บ้าน Thyangsyap 3140 m แล้ว การแวะพักบนความสูง 3140 m จะช่วยให้ร่างกายสามารถปรับตัวให้คุ้นชินกับความสูงได้ดีขึ้น

เราจะดูอาการกันไปค่ะ ว่าเพื่อนๆ ท่านใดมีอาการ AMS ใดๆ หรือไม่ เพื่อพิจารณา ค้างคืนที่นี่ แต่หากไม่มีใครมีอาการใดๆ หลังทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้ว เราก็จะออกเดินกันต่อตามโปรแกรมค่ะ

Day 5

Gumba 3390 m - Kyanjin Gompa 3850 m (3.5 - 4.5 hr)

07.00 น. แผนการเดินวันนี้ เราจะเดินจากความสูง 3390 m ไปยัง 3850 m ในวันเดียวกัน แต่หยกจะไม่พาเดินไปยังจุดหมายของค่ำคืนนี้อย่างรวดเร็วนะคะ เราจะเดินกันเรื่อยๆ ชมวิว เก็บบรรยากาศระหว่างทางให้เต็มอิ่ม ทั้งยังจะพาหยุดทานอาหารเที่ยงและพักผ่อนชิวๆ ที่หมู่บ้านระหว่างทาง (ที่สูง 3550 m) อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อสังเกตอาการของเพื่อนๆ ทุกท่าน และ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวกับสภาพอากาศบนที่สูง หลีกเลี่ยงการเกิด AMS ก่อนเดินต่อไปยัง Kyanjin Gompa ค่ะ

เสน่ห์ของ Kyanjin Gompa คือ เป็นหมู่บ้านที่สูงถึง 3850 m แต่มีร้านกาแฟที่มีเครื่องทำเอสเพรสโซ่จริงๆ (แบกขึ้นมายังไงนี่คงต้องไปถามเจ้าของร้านนะคะ คงจะได้เรื่องเล่าสนุกเชียวค่ะ) อย่างกับในเมือง ให้เราได้ดื่มกาแฟของจริงที่หอมละมุน บนเขาสูงเช่นนี้ ท่ามกลางความงามของหิมาลัย ยังไม่พอค่ะ บนนี้ ยังมีร้านเบเกอร์รี่ ที่หอบหิ้วเตาอบขนาดใหญ่ขึ้นมาตั้งบนเขา ให้เราได้อิ่มอร่อยกับเค้กนานาชนิดอีกด้วยนะคะ

Day 6

Kyanjin Gompa 3850 m | Day Hike to Kyanjin Ri 4300 m & Menchhyamsa Ri 4590 m (4 - 5 hr)

วันนี้เป็น day hike ค่ะ หยกจะพาเดินไปยังยอดเขาที่สวยงามและสูงมากๆ ถึง 2 ยอด (อยู่ติดกัน) ให้ได้เห็นวิวหิมาลัยพาโนรามาสวยๆ เห็นวิวหมู่บ้าน Kyanjin Gompa ที่เราจะค้างกัน 2 คืนจากมุมสูง ทางเดินวันนี้ไม่นานค่ะ ไป-กลับ ปกติจะเดินกันประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง ดังนั้นเรามีเวลาค่ะ จะใช้เวลามากกว่านี้ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ เดินไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ แล้วไปหยุดชมวิว ถ่ายรูปเพลินๆ กันที่ยอดแรก Kyanjin Ri สักพักใหญ่ๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวกับสภาพอากาศบนที่สูงเพิ่มสัดนิด แล้วค่อยไปต่อ Menchhyamsa Ri ยอดเขาถัดไปที่เมื่อเดินไปสูงขึ้น วิวและบรรยากาศที่ได้ ก็จะสวยงามแตกต่างออกไปค่ะ

Day 7

Kyanjin Gompa 3850 m - Bamboo 1970 m (6 - 7 hr)

วันนี้เดินกลับแล้วค่ะ เราจะเดินกลับกันทางเดิมที่เราเดินขึ้นมา โดยปกติแล้วขาลงจะเดินเร็วกว่าขาขึ้นนะคะ

Day 8

Bamboo 1970 m - Syabru Besi 1460 m (3 - 4 hr) | นั่งรถส่วนตัวกลับสู่ KTM (7 - 8 hr)

วันนี้จะเป็นวันที่ยาวนานสักหน่อยนะคะ เพื่อที่เราจะได้มี 1 วันเต็มที่ Kathmandu ในวันพรุ่งนี้ค่ะ และเพื่อที่ไม่ให้ถึงที่พักค่ำมาก เราจะออกเดินกันเช้ากว่าปกตินะคะ

Day 9

Kathmandu | สักการะ Boudhanath Stupa และ เยี่ยมชมเมืองมรดกโลกโบราณ Bhaktapur

ใครที่มาเที่ยวเนปาลต้องแวะมาสักการะมหาเจดีย์ Boudhanath ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ เป็นสถานที่ทำบุญของชาวพุทธทิเบต ที่นี่จึงเต็มไปด้วยบ้านเรือนและร้านค้าของชาวทิเบต ที่ถือว่าเป็นชุมชนชาวทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล จึงเหมาะเป็นแหล่งซื้อของที่ระลึกของฝากสไตล์ทิเบต แบบที่จะช้อปกันสนุกและเพลินสุดๆ เลยค่ะ

จากนั้นไปเยี่ยมชม Bhaktapur ที่ถือกันว่าเป็น Rome (เมืองในอิตาลี) ของเนปาล เมืองมรดกโลกโบราณที่มีสถาปัตยกรรมแบบไม้แกะสลักโบราณที่ละเอียดสวยงาม มีเครื่องปั้นดินเผาและอุตสาหกรรมทอผ้าที่มีเอกลักษณ์ ทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ยังคงอยู่อาศัยที่นี่ และช้อปปิ้งเพลินๆ กับร้านค้าที่มีมากมายอีกด้วยค่ะ

ส่งท้ายกันด้วยการบอกลาทาเมลยามค่ำคืน

Day 10

เดินทาง เนปาล - ไทย

ทานอาหารเช้า ก่อนช้อปปิ้งทิ้งท้าย

เดินทางไปสนามบิน เพื่อกลับไทยพร้อมมิตรภาพ ความสนุก ความทรงจำที่ดี และเพื่อนใหม่ กับทริปที่ประทับใจสุดๆ ด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมาค่ะ เจอกันทริปหน้านะคะ (ค่าแท็กซี่ไปสนามบิน 600-800 rs ค่ะ)

  • ค่าที่พักจำนวน 4 คืนใน Kathmandu รวมอาหารเช้า (แชร์ห้องพัก)
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเดินป่า Langtang และ TIMS Card
  • ค่าเดินทางด้วยรถส่วนตัว Kathmandu - จุดเริ่มเดิน และ จุดสิ้นสุด – Kathmandu (ยกเว้น ไป-กลับ สนามบิน)
  • ค่าเดินทางด้วยรถส่วนตัว 1 day trip จากโรงแรมใน Kathmandu ไปและกลับ: Boudhanath Stupa และ Bhaktapur
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชม Boudhanath Stupa
  • ค่าธรรมเนียมเข้าเมือง Bhaktapur
  • ไกด์ไทย (หยกเองค่ะ) ตลอดทริป
  • ไกด์พื้นเมือง ระหว่างการเทรคกิ้ง
  • ลูกหาบ (20 กิโลกรัม) โดยลูกหาบ 1 คน ต่อ เทรคเกอร์ 2 คน (คนละ 10 กิโลกรัม)
  • ค่าเช่า duffle bag คนละ 1 ใบ เพื่อใส่ของให้ลูกหาบแบก
  • ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าที่พัก และ ค่าประกันการเดินทาง ของทั้งไกด์และลูกหาบตลอดเทรค

พิเศษไม่เหมือนใคร เฉพาะ SanookTiew Tours:

  • มีไกด์ไทย หยกเองค่ะ พาเที่ยวพาเทรคตลอดทริป (จะมีกี่ทัวร์เทรคกิ้งเนปาลกัน ที่มีไกด์ไทยไปด้วย)
  • ให้คำปรึกษาแนะนำไม่จำกัดครั้ง
  • พาช้อป/เช่าอุปกรณ์เทรคที่เนปาล เพื่อการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด หยกช่วยเลือกและให้คำแนะนำ
  • แจกเอกสาร รายการของ (checklist) ที่แนะนำให้เตรียมไป ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและเส้นทาง อย่างละเอียด พร้อมเหตุผลอธิบายว่าเตรียมไปทำไม, เลือกของยังไง เป็นต้น เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้เตรียมตัวได้พร้อมที่สุด
  • แจกเอกสาร การขอวีซ่า, แลกเงิน, ซิมการ์ด, ข้อควรรู้ และ เทคนิคต่างๆ ที่จะทำให้การเทรคกิ้งง่ายและสบายขึ้น
  • แนะนำวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ระหว่างเทรค เพื่อให้ใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง จะได้เทรคได้สนุกขึ้น และเพลิดเพลินกับวิวหิมาลัยได้อย่างเต็มที่
  • การรักษาและความเจ็บป่วยใดๆ, ค่าใช้จ่ายในการกักตัว และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงโรคระบาดนี้ เช่น ค่าตรวจโควิด หรือ กรณีที่ต้องบินกลับไทยก่อนจบทริป เป็นต้น
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ BKK หรือ DMK-KTM (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเนปาล ($30 หรือ 1,000 บาท สำหรับวีซ่า 15 วัน)
  • ค่าเดินทางไป-กลับ สนามบินตรีภูวัน-เมืองทาเมล
  • ค่าอาหารเที่ยง, อาหารว่าง และ อาหารเย็น ในเมือง ที่ Kathmandu
  • ค่าที่พักและมื้ออาหารตลอดการเทรค (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)
  • ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดทริป
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดทั้งทริป เช่น ค่าอาบน้ำร้อน, ค่าอินเทอร์เน็ต, ค่าซักรีดเสื้อผ้า, ค่าโทรศัพท์ และค่าชาร์จไฟ เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ท่องเที่ยว เช่น การเช่าถุงนอน เป็นต้น
  • ค่าประกันการเดินทางที่ครอบคลุมโควิด และ การกู้ภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์บนที่สูงที่ครอบคลุมความสูงของเส้นทางที่เทรค (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)
  • ค่าสินน้ำใจตอบแทนสำหรับไกด์และลูกหาบ โดยเฉพาะคุณลูกหาบที่ทำให้เราได้เดินอย่างสบายๆ ไม่ต้องแบกของหนัก (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)
ทริปที่สนใจ สวัสดี วันนี้วันแรก วันสุดท้าย บ๊ายบาย จำนวน ท่าน ราคา
  • 10 - 20 ธ.ค. 2565
    วันเสาร์
    10 ธันวาคม 2022
    11 วัน
    วันอังคาร
    20 ธันวาคม 2022
    1 - 9 ท่าน

    โอ้ววว ขอโทษด้วยค่ะ เพื่อนๆ มาช้าไป ทัวร์รอบนี้เต็มแล้วค่ะ สนใจทัวร์รอบไหน รีบจองเลยนะคะ หรือติดต่อหยกเข้ามาเข้าคิวสำรองได้ค่ะ

ขั้นตอนการสำรองที่

1). ทำการจองบนเว็บไซต์ได้เลย โดยเลือกทริปที่เพื่อนๆ สนใจ
2). กด "สำรองที่ พร้อมลุย!" พร้อมกรอกรายละเอียด (ชื่กสกุล, เบอร์โทร, อีเมล) ให้เรียบร้อย

ยืนยันการสำรองที่ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

1). ยืนยันการสำรองที่โดยทำการมัดจำ 10% ของค่าทริป มาที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 016-433109-2 ชื่อบัญชี นางสาวสกุณา ศิริบูรณ์พิพัฒนา
2). ส่งหลักฐานการโอนเงิน โดยใส่หัวข้อว่า “มัดจำ” มาที่ trips@sanooktiew.com หรือ ที่ LINE ID: sanooktiew

ชำระค่าทริปที่เหลือ

1). ชำระค่าทริปที่เหลือทั้งหมด
1.1). ก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2565 สำหรับทริป:

  • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek | 13 ต.ค. - 2 พ.ย. 2565 | 21 วัน
  • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek | 6 - 22 พ.ย. 2565 | 17 วัน
  • Mardi Himal Base Camp Trek | 26 พ.ย. - 5 ธ.ค. 2565 | 10 วัน

1.2). ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 สำหรับทริป:

  • Langtang Trek | 10 - 20 ธ.ค. 2565 | 11 วัน
  • Annapurna Base Camp (ABC) Trek | 25 ธ.ค. 2565 - 6 ม.ค. 2566 | 13 วัน

มาที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 016-433109-2 ชื่อบัญชี นางสาวสกุณา ศิริบูรณ์พิพัฒนา

2). ส่งหลักฐานการโอนเงิน โดยใส่หัวข้อว่า “ชำระที่เหลือ” มาที่ trips@sanooktiew.com หรือ ที่ LINE ID: sanooktiew

การยกเลิกทริปหลังจากการยืนยันออกทริปนั้น อาจสร้างความเสียหายให้แก่หลายฝ่ายอย่างมากนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีจำนวนคนน้อยกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ จึงสร้างความเสียหายอย่างมาก ให้แก่ทั้งหยก ที่ได้จัดเตรียมทุกอย่างและชำระค่าใช้จ่ายในเนปาลไว้แล้ว และ เพื่อนๆ ในกลุ่มที่อาจซื้อตั๋วเครื่องบิน, ประกันการเดินทาง และ อื่นๆ ไปแล้ว

หยกขอให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจ “กฎเกณฑ์การคืนเงิน” อย่างถ่องแท้ ก่อนทำการยืนยันการสำรองที่ นะคะ

การยกเลิกทริป “ก่อน” ยืนยันออกทริป

  • หากต้องการยกเลิกทริป กรณีที่ “ยังไม่มีการยืนยันออกทริป” เพื่อนๆ จะ “ได้รับเงินทั้งหมด (มัดจำ) ที่ชำระมาแล้วคืน” ค่ะ

การยกเลิกทริป “หลัง” ยืนยันออกทริป

  1. แจ้งยกเลิกก่อน 91 วัน ก่อนเริ่มทริป “เก็บมัดจำ 10%” คืนเงินที่เหลือ กรณีที่มีการชำระเข้ามา
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek ก่อน 14 ก.ค. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek ก่อน 7 ส.ค. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek ก่อน 27 ส.ค. 2565
    • Langtang Trek ก่อน 10 ก.ย. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek ก่อน 25 ก.ย. 2565
  2. แจ้งยกเลิกระหว่าง 61 - 90 วัน ก่อนเริ่มทริป จะ “ไม่ได้เงินคืน แต่จะได้เครดิตเงินคืน 50%” โดยสามารถใช้เครดิตนี้แทนเงินได้กับทุก SanookTiew Tours ก่อนธันวาคมปีถัดไป
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek ระหว่าง 13 ก.ค. - 13 ส.ค. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek ระหว่าง 8 ส.ค. - 6 ก.ย. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek ระหว่าง 28 ส.ค. - 26 ก.ย. 2565
    • Langtang Trek ระหว่าง 11 ก.ย. - 10 ต.ค. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek ระหว่าง 26 ก.ย. - 25 ต.ค. 2565
  3. แจ้งยกเลิกระหว่าง 31 - 60 วัน ก่อนเริ่มทริป จะ “ไม่ได้เงินคืน แต่จะได้เครดิตเงินคืน 25%” โดยสามารถใช้เครดิตนี้แทนเงินได้กับทุก SanookTiew Tours ได้ก่อนธันวาคมปีถัดไป
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek ระหว่าง 12 ส.ค. - 12 ก.ย. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek ระหว่าง 7 ก.ย. - 6 ต.ค. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek ระหว่าง 27 ก.ย. - 26 ต.ค. 2565
    • Langtang Trek ระหว่าง 11 ต.ค. - 9 พ.ย. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek ระหว่าง 26 ต.ค. - 24 พ.ย. 2565
  4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 30 วัน ก่อนเริ่มทริป จะ “ไม่ได้เงินคืนและไม่ได้เครดิตเงินคืน” นะคะ
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek หลัง 13 ก.ย. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek หลัง 7 ต.ค. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek หลัง 27 ต.ค. 2565
    • Langtang Trek หลัง 10 พ.ย. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek หลัง 25 พ.ย. 2565

ก่อนช่วงโรคระบาด มี 3 สายการบิน ที่บินตรงจากประเทศไทย คือ

1. Thai Airways

บินจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,500 - 18,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
ขาไป: 10.30 - 12.45 น.
ขากลับ: 13.55 - 18.30 น.

2. Nepal Airlines

บินจากสนามบินสุวรรณภูมิเช่นกัน มีเที่ยวบิน 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น คือวันจันทร์, พุธ และศุกร์ วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,000 - 13,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
ขาไป: 17.00 - 19.15 น.
ขากลับ: 11.25 - 16.00 น.

3. Lion Air

บินจากสนามบินดอนเมืองค่ะ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับ เริ่มต้น 7,500 บาท ไม่มีอาหารบริการ และต้องซื้อน้ำหนักโหลดสัมภาระเพิ่ม
ขาไป: 12.00 - 14.00 น.
ขากลับ: 15.00 - 19.45 น.

* ราคาค่าตั๋วโดยสารและเที่ยวบินสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โปรดตรวจสอบข้อมูลราคาและเที่ยวบินอีกครั้งก่อนเดินทางนะคะ เพื่อที่จะได้ราคาและเที่ยวบินที่เป็นปัจจุบันค่ะ

** ใกล้ๆ ทริป หรือ หากมีข้อมูลที่อัพเดทเรื่องสายการบินแล้ว หยกจะมาอัพเดทเที่ยวบินและราคาให้ค่ะ

ทริปจะเกิดขึ้น หลังมีการ “ยืนยันออกทริป” ค่ะ

โดยที่หยกจะ “ยืนยันออกทริป หากทริปมีเพื่อนร่วมทริปที่ทำการมัดจำครบ 3 - 4 ท่าน” นั่นก็หมายความว่า เพื่อนๆ สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินและเตรียมตัวไปเทรคกันได้เลยค่ะ ในระหว่างนี้หยกจะทำการจองที่พัก จองรถส่วนตัวที่เนปาล ใบอนุญาคเดินป่า และจัดการเรื่องอื่นๆ ให้เรียบร้อยเลยด้วยนะคะ

งบอาหารและที่พักบนเขา

บนเขา ที่พัก + อาหาร เฉลี่ยประมาณ* โดยที่ยิ่งสูง ค่าอาหารก็ยิ่งแพง และหากเลือกพักห้องพักแบบมีห้องน้ำในตัวก็จะมีราคาแพง หยกไม่ได้รวมค่าอาหารบนเขาไว้ในค่าทริป เพราะแต่ละท่านทานมากน้อยต่างกันค่ะ และอาหารแต่ละเมนูมีราคาที่แตกต่างกัน จะไม่เป็นการแฟร์สำหรับท่านที่ทานน้อยค่ะ

  • $18-22 ต่อวัน สำหรับท่านที่ทานน้อย-กลาง
  • $22-30 ต่อวัน สำหรับทานที่ทานกลางๆ-มาก (โดยที่เส้นทาง EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek อาจสามารถสูงได้ถึง $35 นะคะ เพราะความสูงที่เราไปกันนั้นสูงมากๆ เกิน 4,000 m ถึง 12 วันเลยค่ะ ยิ่งสูงค่ากินก็จะแพงขึ้นเป็นปกติค่ะ)

*ไม่รวมค่าเครื่องดื่มน้ำเปล่าขวด, น้ำอัดลม หรือ แอลกอฮอล์ นะคะ

งบอาหารในเมือง

ค่าอาหารในเมือง ต่อมื้อเฉลี่ยประมาณ

  • เราสามารถหาร้านอาหารที่มีราคาพอๆ กับสตรีทฟู๊ด หรือ ร้านอาหารริมถนนในกรุงเทพได้ค่ะ คือมื้อละ 40-100 บาท/ท่าน
  • ทั้งนี้ ราคาอาหารสามารถแพงขึ้น หากเราเลือกที่จะทานร้านอาหารที่ดูดีขึ้นมาหน่อย หรือ ร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว คือมื้อละ 100-300 บาท/ท่าน

การเลือกทานอาหารในเมือง

นานๆ ได้ไปเที่ยวกันที หยกเลยทำแบบ อยากทานร้านไหน ก็ทานร้านนั้นค่ะ หยกแนะนำให้ได้ว่ามีอาหารประเภทไหนบ้าง เป็นแบบไหน ร้านไหนอร่อย แล้วทางกลุ่มก็เลือกกันค่ะ เราก็จะไปกันแบบกลุ่ม หรือ หากอยากไปทานแยกร้านกันก็ได้เช่นกัน จะสั่งทานเดี่ยวๆ หรือ จะแชร์กันก็ได้ค่ะ จะได้สนุกด้วย และได้ลิ้มรสอาหารต่างชาติหลายๆ จาน ตามที่อยากทานเลยค่ะ

สรุป

หยกแนะนำว่า หากคำนวณงบคร่าวๆ แล้ว ให้บวกเพิ่ม พกไปเพิ่ม 15 - 25% นะคะ เผื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ค่าอาบน้ำ, ค่าชาร์จแบต, ค่าไวไฟ, ค่าซื้อของกินของใช้ต่างๆ (กระดาษชำระ, สบู่ หรือ ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น) และ ค่าทิปไกด์และลูกหาบตอนจบทริป เป็นต้น เพราะเราไม่สามารถกดเงินสดหรือแลกเงินระหว่างการเทรคได้ค่ะ หากเพื่อนๆ มีบัตรเครดิต แนะนำให้พกไปด้วยนะคะ เผื่อค่าฉุกเฉินพยาบาลอื่นๆ ที่ไม่คาดคิดค่ะ

หากใส่ water purification tablets แล้ว ดื่มได้เลยไหม? จำเป็นต้องใช้(ซื้อ)ที่กรองน้ำหรือเปล่า?

ไม่จำเป็นต้องใช้ที่กรองน้ำค่ะ สามารถดื่มได้โดยตรงเลยค่ะ เพราะ water purification tablets นี้ได้ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ จนกลายเป็นน้ำดื่มที่ปลอดภัยแล้ว

การใช้ที่กรองน้ำนั้น จะช่วยในเรื่องการกรองตะกอนต่างๆ ให้ดูสะอาดและน่าดื่มเท่านั้นค่ะ ทั้งนี้ น้ำดื่มตามธรรมชาติบนเขานั้นค่อนข้างใสค่ะ ยกเว้นแต่บนที่สูงมากๆ ที่ต้องใช้น้ำจากหิมะที่ละลาย

หากเพื่อนๆ ท่านไหน อยากซื้อ ที่กรองน้ำ ปรึกษาหยกได้ค่ะ

หยกแนะนำให้ซื้อ water purification tablets โดยกะประมาณให้เพียงพอกับปริมาณน้ำที่จะดื่มตลอดเทรคนะคะ แนะนำให้ดื่มอย่างน้อยๆ 4 - 5 ลิตรต่อวัน นั่นก็หมายความว่าต้องใช้ 4 - 5 เม็ดต่อวัน หากมาเทรค 4 วัน ก็เตรียมมาให้มากกว่า 20 เม็ด เผื่อหล่น เผื่อหายค่ะ แต่หากใครดื่มน้ำเยอะมากๆ ก็จัดไป 50 เม็ดเลยค่ะ จะได้สบายใจ (ราคาไม่แพงค่ะ กล่องเล็กสุดมี 50 เม็ด ราคา 130 NPR หรือประมาณ 35 - 40 บาท เท่านั้นเองค่ะ)

*water purification tablets คือ ยาฆ่าเชื้อสำหรับน้ำดื่มแบบเม็ด

ง่ายๆ เลยค่ะ เพราะหยกจัดทริปหาเพื่อนใหม่ เที่ยวกันอย่างเพื่อน ดูแลอย่างคนในครอบครัว มาดูกันเลยค่ะว่า ทำไมต้องมาเทรคกับหยก... (ไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญนะคะ เพราะทุกข้อสำคัญหมดเลยค่ะ)

หยกจัดโปรแกรมเส้นทางเดินเองและวางแผนเอง ไม่ได้ซื้อแพ็คเกจผ่านเอเจนซี่ค่ะ

ซึ่งการจัดแผนการเดินเองเช่นนี้ จะมีเอกลักษณ์ค่ะ เพราะหยกจัดแผนการเดินเองอย่างพิถีพิถัน และ ใส่ใจ กับทุกรายละเอียด จึงมีอิสระอย่างเต็มที่ ทั้งการเลือกที่พักเอง และ เลือกหมู่บ้านที่จะพักเอง และ พาเทรคเอง

หากซื้อแพ็คเกจของเอเจนซี่ เค้าจะมีคอนเน็กชั่นกับที่พักบนเขา ที่ๆ เค้าจะให้ลูกค้าเค้าเข้าพักเป็นประจำ ที่ไม่ได้ตามใจเรา แต่ตามใจเค้าค่ะ

เส้นทางมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนทัวร์อื่นๆ และหาที่ไหนไม่ได้

ก็เพราะหยกจัดแผนการเดินเองยังไงล่ะคะ

หยกพาเที่ยว พาเทรคเอง สาวๆ ที่อยากมาคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

หลายคนคงกังวลหากต้องไปเทรคกับไกด์ท้องถิ่น ไกด์มักเป็นผู้ชายอีก หรือไปร่วมทริปกับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จักกัน โดยเฉพาะกับมือใหม่ที่ไม่เคยเทรค คงจะกลัวไปทำป้ำๆ เป่อๆ มีสิ่งที่กังวลและไม่เข้าใจอยู่หลายอย่าง แต่ไม่รู้จะถามใคร ไหนบางคนที่กังวลเรื่องภาษาอีก เนปาลีก็ไม่รู้เรื่อง ภาษาอังกฤษก็งูๆ ปลาๆ

"หยุดกังวลได้เลยค่ะ ถ้ามากับหยก"

หยกยินดีแบ่งปันประสบการณ์ทุกอย่างที่หยกมีเกี่ยวกับการเทรคกิ้ง และ การท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างเต็มที่ และ เต็มใจ ทั้งหยกยังให้คำแนะนำปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ด้วยตัวหยกเองอย่างละเอียด

"หยกใจเย็น ถามมา ตอบหมด ถึงไม่ถาม ก็บอกหมดเช่นกัน โดยบอกแบบอธิบาย พร้อมตัวอย่าง เพื่อให้เห็นภาพและให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น"

หยกเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง จึงเข้าใจได้ดี และสามารถอธิบายอย่างละเอียดให้เพื่อนๆ เข้าใจได้อย่างถ่องแท้เลยค่ะ

ส่วนใครที่ไม่ได้เรื่องภาษา ก็ไร้ความกังวลไปอีก

เพราะหยกอยู่ด้วยทุกที่ ตลอดทริปเลยนะคะ

ไม่พาชะโงกทัวร์ ยังมีเวลาพาช้อปอุปกรณ์เทรคกิ้ง และ เช่าของดีๆ ราคางามๆ

ที่ กาฐมาณฑุ หยกยังจะพาช้อป/เช่าอุปกรณ์กันหนาว อุปกรณ์เทรคกิ้งต่างๆ เช่น ไม้เท้าเดินป่า ที่เพื่อนๆ ขาดเหลือให้มีของครบและพร้อมสุดๆ โดยที่หยกได้จัดโปรแกรมแบบให้เรามีเวลาเลือกซื้อและพิจารณาอุปกรณ์เทรคกิ้งที่จำเป็น เปรียบเทียบหลายๆ ร้าน, คุณภาพ และราคา เลือกเอาที่ดีที่ตรงใจที่สุด ทั้งยังจะพาไปเช่าอุปกรณ์เทรคกิ้งบางอย่าง ที่ดีมีคุณภาพ สะอาด และราคาถูก ที่เพื่อนๆ จะต้องไปลอง และ ไปเลือกเองค่ะ

หยกมีประสบการณ์เทรคกิ้งที่มากมาย เทรคมาแล้วนับไม่ถ้วน แค่กับเนปาล ก็มาเนปาลแล้ว 6 ครั้งค่ะ

หยกจึงสามารถแบ่งปันประสบการณ์ บทเรียน และข้อผิดพลาด ให้เพื่อนๆ ได้อย่างเต็มที่ ให้เพื่อนๆ ได้ข้ามขั้น เรียนรู้จากประสบการณ์ของหยก ไม่ทำผิดซ้ำเหมือนที่หยกเคยทำ

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างเทรค หยกจะคอยแนะนำทริคต่างๆ เช่น การใช้เท้าเดินป่า สำหรับกรณีเดินขึ้นทางชัน, ทางลาด และ ทางเรียบ หรือ การสะพายกระเป๋าให้ไม่เจ็บหลังและไหล่ หรือ การดูแลตัวเองเพื่อนหลีกเลี่ยง AMS เป็นต้น

หยกจัดทริปเอง พาเที่ยวเอง เลยจะมีความพิเศษและใส่ใจแบบสุดๆ เหมือนกับไปเที่ยวกันเองกับเพื่อนจริงๆ

ก่อนเริ่มทริป หยกจะแจกเอกสาร check list ของที่ต้องเตรียมและข้อควรรู้ต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้นทาง แต่ละสภาพอากาศ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวอย่างดีพร้อมที่สุด

ทั้งเมื่อถึงเนปาลแล้ว หยจะพาเพื่อนๆ ช้อป ลองเสื้อผ้า อุปกรณ์เทรคกิ้งต่างๆ ต่อรองราคากันให้สนุกไปเลย

และหยกยังจะพาเพื่อนๆ ไปลิ้มลองอาหารพื้นเมืองในร้านที่ส่วนใหญ่จะมีแต่คนพื้นเมือง ที่เพื่อนๆ จะได้สัมผัสถึงบรรยากาศของการท่องเที่ยวในแบบที่ไม่เคยมาก่อน โดยเพื่อนๆ จะมีอิสระในการเลือกทานอาหารที่อยากทานเอง โดยหยกจะให้คำแนะนำร้านอาหารประเภทต่างๆ ในเมือง (และอาหารประเภทต่างๆ บนเขา) ที่รับรองว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ เพื่อนๆ จะไม่ได้แค่การเทรคกิ้งแน่นอนค่ะ

ได้เพื่อนใหม่และมิตรภาพดีๆ กลับบ้านด้วย อย่างน้อยก็หยกคนนึงแล้วค่ะ อิอิ

อะฮ่า พร้อมที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนใหม่คนนี้แล้วใช่ไหมล่ะ

หยกขอแนะนำเจ้าที่หยกใช้บริการอยู่นะคะ (ไม่มีสปอนเซอร์ค่ะ) คือ ประกันการเดินทางของ "World Trips ซึ่งเป็นของ Tokio Marine ที่เป็นบริษัทญี่ปุ่น โดยที่เจ้านี้ครอบคลุมกิจกรรมการเทรคกิ้งบนภูเขาที่ความสูงไม่เกิน 4,500 เมตร + ครอบคลุมประเทศเนปาล + ครอบคลุมการรักษาพยาบาลกรณีติดโควิดด้วยค่ะ

จะมีประกัน 2 แพลน ให้ได้เลือก คือ Atlas Travel และ Atlas Premium โดยหยกจะเลือกตัว Atlas Premium ค่ะ เพราะให้ความคลุมครองที่ดีกว่า ลองเข้าไปศึกษาดูนะคะ

เพื่อนๆ สามารถดูขั้นตอนและวิธีการซื้อได้ที่นี่ ค่ะ

หยกขอให้เพื่อนๆ เตรียมไฟล์เอกสารดังต่อไปนี้ แล้วส่งเข้าอีเมล trips@sanooktiew.com ประมาณเดือนกันยายนนะคะ โดยหยกจะแจ้งวันอีกทีค่ะ

  • หนังสือเดินทาง ที่มีอายุเกิน 6 เดือนก่อนวันเดินทาง และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • รูปถ่ายพื้นหลังสีอ่อน (ถ่ายมาภายใน 6 เดือนนี้)
  • ประกันการเดินทาง หากใครซื้อเรียบร้อยแล้ว

หรือ จะส่งเป็นเอกสารตัวสำเนา มาให้หยกก็ได้ค่ะ ขอรูปถ่าย 3 รูปนะคะ

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีกฎหรือข้อบังคับใดๆ เกี่ยวกับการได้รับวัคซีนก่อนเดินทางเข้าประเทศเนปาล แต่ทั้งนี้ ก็มีวัคซีนที่แนะนำว่านักท่องเที่ยวควรได้รับค่ะ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูงในเนปาล จะเป็นวัคซีนชนิดไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่จะอยู่ในเนปาล ประเภทของกิจกรรมที่จะทำ ตลอดจนความเหมาะสมของตัวนักท่องเที่ยวเอง จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

ควรพึงระลึกอยู่เสมอว่า วัคซีนบางชนิดต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้ง โดยอาจมีระยะเวลาห่างกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือนเลยก็ได้ จึงควรมีการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการรับวัคซีนก่อนเดินทางแต่เนิ่นๆ นะคะ

วัคซีนที่แนะนำให้ได้ ได้แก่

  • Typhoid
  • Hepatitis A
  • Hepatitis B
  • Rabies
  • เป็นต้น

โดยสามารถปรึกษาเรื่องการรับวัคซีนได้ที่ คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลิ้งค์นี้ เลยค่ะ

ทิป คือสินน้ำใจ คือการตอบแทน ของงานบริการที่สุจริตค่ะ การที่เราให้ทิป เพื่อแทนความขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือดูแล แบ่งปันประสบการณ์ หากไม่มีท่าน การท่องเที่ยวคงไม่ราบรื่นและสนุกเท่า ทั้งเพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนอาชีพบริการที่สุจริตเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป และดีขึ้นเรื่อยๆ

ทิป ยังถือเป็นวัฒนธรรมของงานบริการที่สุจริตอีกด้วยนะคะ

โดยทั่วไปแล้ว เราให้ค่าทิปไกด์ ไม่น้อยไปกว่า 700 - 1,500 NPR ต่อวัน ส่วนลูกหาบ ก็ไม่น้อยไปกว่า 500 NPR ต่อวันค่ะ นี่คือขั้นต่ำนะคะ โดยหารเฉลี่ยกันทั้งกลุ่ม | ลูกหาบก็เฉลี่ยกันกับเพื่อนที่เราแชร์ลูกหาบด้วยค่ะ ทั้งนี้ ยังขึ้นกับความเหมาะสมของระยะเวลา จำนวนคนในกลุ่ม ความพึงพอใจ และบริการที่ได้รับอีกด้วยนะคะ โดยที่เราจะให้เป็นเงินสกุล เนปาลีรูปี (NPR) ค่ะ

ตัวอย่าง

เช่น

  • ลูกหาบ 1 คน แบกของให้เรากับเพื่อน เทรคกัน 10 วัน แล้วลูกหาบคนนี้ดีมากๆ อารมณ์ดี ช่วยเหลือเราดีมาตลอด อยากจะทิปมากๆ แต่เรามีงบจำกัด ก็อาจจะให้ไปกลางๆ คือ 700 NPR ต่อวัน เทรค 10 วัน ก็ให้ไปทั้งหมด 7,000 NPR เรากับเพื่อนก็จ่ายให้ลูกหาบคนละ 3,500 NPR ค่ะ
  • ส่วนไกด์ก็คำนวณเหมือนกันและหารกันทั้งกลุ่ม(กลุ่มละ 2 - 4 คน)เช่นกันค่ะ ถือเป็นขั้นต่ำ แต่ใครจะให้มากกว่าก็แล้วแต่เลยค่ะ แต่หากกลุ่มใหญ่(มากกว่า 5 คน)และหลายวันหน่อย ก็อาจจะต้องคำนวณ 1,000 - 1,500 NPR ต่อวัน ตามความเหมาะสมนะคะ
  • ส่วนตัวหยกแล้ว ปกติหยกจะทิปลูกหาบ 800 - 1,000 NPR ต่อวันค่ะ หรือมากกว่านี้กรณีที่บริการประทับใจสุดๆ หยกได้เดินเทรคสบายๆ ก็เพราะคุณลูกหาบนี้แหละค่ะ นับถือความแข็งแรงและการช่วยเหลือที่ดีเยี่ยมของเค้าจริงๆ เลยค่ะ

มีมากให้มาก มีน้อยให้น้อย มันเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมา และยังเป็นสินน้ำใจและกำลังใจให้คนเหล่านี้ได้ทำงานที่สุจริตต่อไป งานที่ช่วยให้เทรคเกอร์อย่างเราได้เดินเทรคตัวเบาอย่างสบายๆ

การเดินทางท่องเที่ยวทุกประเภทนั้นมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งจากตัวเราเอง และ/หรือสิ่งรอบข้างที่คาดการณ์ไม่ได้

ดังนั้นแล้ว หยกขอปฏิเสธข้อเรียกร้องและความรับผิดชอบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากท่องเที่ยวตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยถือว่าเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริปนั้นตกลงใจในความรับผิดชอบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นใดๆ ด้วยตัวเองนะคะ

แต่หากยังคงมีข้อข้องใจ, คำถามเพิ่มเติม, มีอะไรที่ไม่ชัดเจน หรือ ต้องการคำแนะนำอื่นใด อย่ารีรอ กดปุ่ม “คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริป หยกพร้อมตอบค่ะ” ที่ด้านบนของหน้านี้ (ข้างปุ่ม “สำรองที่ พร้อมลุย!”)

หรือ ส่งอีเมลเข้ามาถามหยกได้ที่ trips@sanooktiew.com หรือ แอดไลน์หยกมาที่ LINE ID: sanooktiew เพื่อสอบถามด่วนๆ เลยค่ะ

หยกจะรีบตอบกลับเพื่อช่วยไขสิ่งที่ค้างคาใจทันที มาร่วมทริป ไปเทรคกิ้งกับหยกนะคะ