โปรโมชั่น: รับจัดกลุ่มส่วนตัวเท่านั้น! ระยะเวลา: 19 วัน (เทรคกิ้ง 15 วัน 15 คืน) พิเศษ: ให้คำปรีกษาแนะนำ + พาช้อป/เช่าของ คนพาเที่ยว: ไกด์คนไทย หยกเองค่ะ ราคานี้รวม: BF + ที่พักในเมือง 3 คืน ราคานี้ไม่รวม: ตั๋วเครื่อง, วีซ่า, ประกัน
  • ภาพรวม
  • โปรแกรม
  • ราคานี้รวม
  • ราคานี้ไม่รวม
  • คำถามที่พบบ่อย

ทัวร์ Everest Base Camp (EBC) + Kalapatthar Trek ที่ใครๆ ว่ายากและท้าทายสุดๆ จะง่ายขึ้นและสนุกมากขึ้นกับโปรแกรมการเดินบนเส้นทางนี้ ที่หยกออกแบบเอง ให้ไม่โหดเกินไป และ หลีกเลี่ยง AMS เพื่อนๆ จะได้เทรคสนุกเต็มอิ่ม ไร้ความกังวล

มือใหม่พึ่งเริ่มเทรค หรือ เพื่อนๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถมาเทรคได้นะคะ (ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีและถูก หยกให้คำแนะนำได้ค่ะ) หยกจะพาเทรคและดูแลอย่างดีเลยค่ะ

  1. ทำไมต้องมาเทรค ทัวร์ Everest Base Camp (EBC) + Kalapatthar กับหยก?
  2. ความยากง่าย? มือใหม่เทรคได้ไหม?
  3. ลักษณะเส้นทางเดิน
  4. ทำไมต้องมาเทรคกับหยก?

เส้นทางเดียวกัน แต่ไปกับกลุ่มคนต่างกัน ประสบการณ์ที่ได้ก็ต่างกันนะคะ ยิ่งมีหยกจัดการทริปและพาเทรคด้วยแล้ว คุณภาพล้วนๆ ความสนุกเต็มล้นเลยนะคะ

มาค่ะ มาดูความน่าสนใจบนเส้นทางนี้ที่หยกจัดให้เพื่อนๆ กันค่ะ

1. ทำไมต้องมาเทรค ทัวร์ Everest Base Camp + Kalapatthar กับหยก?

  • หยกนำทริปพาเพื่อนๆ เทรคด้วยตัวเองเลยค่ะ จะมีทัวร์เทรคกิ้งเนปาลสักกี่ทัวร์กัน ที่มีคนไทยพาเทรค!?
    • ประสบการณ์ที่เพื่อนๆ จะได้จะไม่เหมือนไปกับคนอื่นอย่างแน่นอน ด้วยทุกเส้นทางที่หยกออกแบบเองอย่างพิถีพิถัน และ ใส่ใจ กับทุกรายละเอียด ทั้งการเลือกที่พักเอง และ เลือกหมู่บ้านที่จะพักเอง และ พาเทรคเอง
    • หยกออกแบบแผนการเดินเองค่ะ ให้เดินกันได้สบายหน่อย ให้ได้อิ่มเอมกับบรรยากาศระหว่างการเดินในแต่ละที่ แต่ละวัน ได้อย่างเต็มที่ ทั้งหยกยังหลีกเลี่ยงการเดินขึ้นที่สูงๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด AMS ให้มากที่สุด เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้ไม่ต้องมีอาการปวดหัว ทรมาน นอนไม่หลับ หรือ ทานอาหารไม่ได้ จนหมดสนุก
    • ระหว่างเทรค หยกยังจะคอยแนะนำทริคต่างๆ เช่น การปรับไม้เท้าเดินป่า สำหรับทางชัน, ทางลาด และ ทางเรียบ หรือ การสะพายกระเป๋าให้ไม่เจ็บหลังและไหล่ หรือ การดูแลตัวเองเพื่อนหลีกเลี่ยง AMS เป็นต้น
    • รวมทั้ง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญอย่างเช่น เรื่อง อาหารระหว่างเทรคค่ะ แต่ละจานคืออะไร ทำจากอะไร หน้าตาแบบไหน รสชาติประมาณไหน ทานอะไรดี เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้เลือกสั่งอาหารได้อย่างสบายใจ
  • มีการพูดคุยกับเพื่อนๆ แบบส่วนตั๊วส่วนตัวก่อนออกทริป เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ปรึกษา สอบถามสิ่งต่างๆ ที่เพื่อนๆ สงสัยและไม่แน่ใจ ทั้งยังมีการแนะนำการเตรียมตัว การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ แบบที่เพื่อนๆ สามารถยิงคำถามมาได้เลยค่ะ หยกยินดีทั้งตอบ ทั้งอธิบายให้เพื่อนๆ ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เลยนะคะ
    • ให้คำแนะนำปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ด้วยตัวหยกเองอย่างละเอียด ถามแบบแชทต่อแชทได้เลยค่ะ
  • มีแจกเอกสาร check list ของที่ต้องเตรียม และ ข้อควรรู้ต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้นทาง แต่ละสภาพอากาศ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวอย่างดีและพร้อมที่สุด
    • หยกจัดทำเอกสารต่างๆ ด้วยตัวเอง ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้นทาง และ ช่วงเวลาที่ไป
    • ช่วยเรื่องวีซ่า
    • แนะนำเรื่องซิมการ์ดที่เนปาล
    • พาไปแลกเงินร้านเรทดีๆ ที่เนปาล
    • แนะนำงบที่ควรพกไป
    • และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่มีบริษัททัวร์ไหนทำ
  • หยกพาไปเลือกซื้อ/เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้งที่เนปาล ให้เพื่อนๆ ได้เลือกของที่โดนใจ ตรงการใช้งาน ในราคาประหยัด ตะเวนช้อป พากันเลือก พากันลอง ช้อปกันมันส์ หมดวันไม่รู้ตัวเลยค่ะ
    • หยกจะตรวจอุปกรณ์ของทุกท่านในทริปก่อนเดินทาง พร้อมทั้งคอยให้คำแนะนำ อธิบาย พาเดิน และ ช่วยเลือกซื้อ/เช่าของที่เนปาล เพื่อหาอุปกรณ์ที่ขาด
    • นอกจากนี้ เนื่องจากสภาพอากาศบนเขานั้นคาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งหยกจะตรวจสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ ก่อนเดินทางอีกที ดังนั้นแล้ว ของบางอย่างหยกจะให้พกไปเพื่อไว้นะคะ เพราะเราไม่สามารถหาของเหล่านี้บนเขาได้ ซึ่งหากได้ใช้งาน คือเพื่อนๆ จะแฮปปี้และดีใจมากๆ ที่พกมา แต่หากไม่ได้ใช้ ก็ไม่เป็นนะคะ เพราะเท่ากับว่า เราได้เตรียมตัวไปดีพร้อมสุดๆ แล้วค่ะ
  • หยกไม่ได้แค่พาไป EBC แต่หยกจะพาไป Kalapathar (มีจุดเริ่มเดินอยู่ที่หมู่บ้านเดี่ยวกัน) ที่อยู่สูงกว่า เดินสนุกกว่า มีวิวสวยกว่า และยังมองเห็นยอดเขา Everest อีกด้วยค่ะ
  • หยกเลือกที่พักบนเขาแต่ละที่แต่ละวันแต่ละหมู่บ้านด้วยตัวเองค่ะ
    • จากทริปที่หยกเทรคมาเมื่อ กลางธันวาคม 2564 - กลางมกราคม 2565 ค่ะ หยกได้สำรวจที่พักหลายๆ ที่ บางที่เดินหาที่พักนานถึง 1.5 ชั่วโมงเลยค่ะ แล้วเลือกแล้วคัดมาแล้วว่าน่าพักที่สุด สะอาด วิวดี อุ่น เจ้าของที่พักเป็นมิตร และ ที่สำคัญอาหารอร่อย จนเพื่อนๆ จะแปลกใจมากว่าเราอยู่บนเขาจริงไหม ทำไมสบายและกินดีกว่าที่คิด อิอิ
  • เพื่อนๆ มีอิสระในการเลือกทานอาหารที่อยากทานเอง โดยหยกจะให้คำแนะนำร้านอาหารประเภทต่างๆ ในเมือง และอาหารประเภทต่างๆ บนเขา ที่รับรองว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ เพื่อนๆ จะไม่ได้แค่การเทรคกิ้ง แต่จะได้อยู่ ได้กินอย่างสุดสบายสุดๆ

ลองทักมาคุยกันสิคะ แล้วเพื่อนๆ จะทราบได้เองเลยว่า อยากไปเทรคด้วยกันมากแค่ไหน :) LINE ID: sanooktiew

2. ความยากง่าย? มือใหม่เทรคได้ไหม?

เทรคกิ้งในเขต Everest หรือ Khumbu นี้ค่อนข้างท้าทาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเดินยากนะคะ หากเตรียมตัวมาดีสักหน่อย (เตรียมกาย) และ ทำการบ้านเข้าใจเส้นทางการเดิน สภาพอากาศ มาบ้าง (เตรียมใจ) เพื่อจะได้เตรียมอุปกรณ์ให้ครบและพร้อมที่สุด (เตรียมของ) ก็สามารถเทรคเส้นทางนี้ได้ค่ะ

เมื่อ กาย + ใจ + อุปกรณ์พร้อม มือใหม่ที่ยังไม่เคยเทรคก็จะสามารถเริ่มเทรคเส้นทางนี้ได้เช่นกันค่ะ

ลักษณะเส้นทางเดินมีสลับกันไปค่ะ ตั้งแต่เดินง่ายๆ ชิวๆ ไปจนกลางๆ ค่อนไปทางยากนิดๆ ระยะทางเดินสั้นๆ ไปจนถึง เดินนานๆ ทำให้วันเดินของเรามีความหลากหลายค่ะ พอขึ้นสูงขึ้นๆ ระยะเวลาการเดินก็น้อยลงค่ะ ดังนั้น สำหรับมือใหม่ที่มีการเตรียมความพร้อมมาสักหน่อย สามารถเริ่มเทรคบนเส้นนี้ได้ค่ะ

เทรคกิ้งบนเส้นทาง EBC + Kalapatthar นี้ เราจะเดินกันบนความสูงที่สูงเกิน 4,000 เมตร ถึง 8 วัน (จากวันเดินทั้งหมด 15 วัน) นี้เลยเป็นเหตุผลที่หยกใช้คำว่า "เส้นนี้ค่อนข้างท้าทาย" เพราะเรื่องความสูง ที่สัมพันธ์กับการเกิด AMS นี่แหละค่ะ

ทั้งนี้ หากเส้นทางเดินถูกออกแบบ แบบไม่เร่งรีบ คือ ไม่ขึ้นถึงที่สูงๆ เร็วเกินไป เช่น เดินขึ้นไปค้างคืนที่ความสูง 4,400 เมตร ในวันที่ 3 (แบบที่หยกจัด) โดยทั่วไปแล้ว ร่างกายของคนเราจะสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพอากาศบนที่สูงเองได้ค่ะ แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือเล็กๆ น้อยๆ จากตัวเพื่อนๆ เองด้วยนะคะ เช่น ทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ, ดื่มน้ำเยอะๆ, เมื่ออยู่สูงๆ ไม่วิ่งหรือเดินเร็วเกินไป, พักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่ และ สำรวจอาการตัวเองอยู่ตลอดเวลาค่ะ

*จากประสบการณ์ หยกยังไม่เคยประสบปัญหา AMS แบบรุนแรงนะคะ มีแค่ปวดหัวเบาๆ และ นอนไม่หลับ แค่นั้นเองค่ะ

**เราสามารถ AMS หลีกเลี่ยงได้ง่ายมากๆ ด้วยตัวของเราเอง โดยไม่จำเป็นต้องทานยาเพื่อป้องกันเลยนะคะ

3. ลักษณะเส้นทางเดิน

ทัวร์ EBC + Kalapatthar นี้จะมีจุดเริ่มเดินและจุดสิ้นสุดอยู่ที่หมู่บ้านเดียวกัน คือ Lukla ค่ะ (โดยที่เราจะเดินทางไป Lukla ด้วยเครื่องบิน) ดังนั้นแล้ว ขาไปเราจะเดินกัน 2 วันจาก Lukla ไป Namche Bazaar จากนั้นจะเดินเป็นลูปอีก 11-12 วัน แล้วเดินกลับทางเดิมจาก Namche Bazaar ไป Lukla อีก 1-2 วันค่ะ

4. ทำไมต้องมาเทรคกับหยก?

  • ประสบการณ์ที่เพื่อนๆ จะได้จะไม่เหมือนไปกับคนอื่นอย่างแน่นอน ด้วยทุกเส้นทางที่หยกออกแบบเองอย่างพิถีพิถัน และ ใส่ใจ กับทุกรายละเอียด ทั้งการเลือกที่พักเอง และ เลือกหมู่บ้านที่จะพักเอง และ พาเทรคเอง
  • ให้คำแนะนำปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ด้วยตัวหยกเองอย่างละเอียด
  • ให้คำแนะนำ และ พาเดินเลือกซื้อ/เช่าของเองที่เนปาล
  • เพื่อนๆ มีอิสระในการเลือกทานอาหารที่อยากทานเอง โดยหยกจะให้คำแนะนำร้านอาหารประเภทต่างๆ ในเมือง และอาหารประเภทต่างๆ บนเขา ที่รับรองว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ เพื่อนๆ จะไม่ได้แค่การเทรคกิ้ง
  • แจกเอกสาร check list ของที่ต้องเตรียมและข้อควรรู้ต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้นทาง แต่ละสภาพอากาศ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวอย่างดีพร้อมที่สุด
  • ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างเทรค หยกจะคอยแนะนำทริคต่างๆ เช่น การปรับไม้เท้าเดินป่า สำหรับทางชัน, ทางลาด และ ทางเรียบ หรือ การสะพายกระเป๋าให้ไม่เจ็บหลังและไหล่ หรือ การดูแลตัวเองเพื่อนหลีกเลี่ยง AMS เป็นต้น

Everest Base Camp (EBC) + Kalapathar Trek รับจัดกลุ่มส่วนตัวเท่านั้น เพื่อนๆ สามารถดูแผนการเดินที่หยกออกแบบไว้ที่ด้านล่างนี้ (ค่าใช้จ่ายตามที่แสดง) หรือ เปลี่ยนแผน หรือ เพิ่มหรือลดวัน ตามใจเลยค่ะ

ทักหยกเพื่อทำใบเสนอราคาได้เลยนะคะ LINE ID: sanooktiew

ทัวร์ Everest Base Camp (EBC) + Kalapathar Trek

หยกนำเทรคเองทุกทริปนะคะ

หยกไม่ใช่คนจัดเที่ยวมืออาชีพ แต่หยกเป็นนักเดินทาง เลยรู้ว่าเที่ยวให้สนุกต้องเที่ยวยังไง ไปดูแผนคร่าวๆ พร้อมรูปภาพงามๆ เป็นน้ำจิ้มกับ 19 วัน ที่เราจะอยู่ด้วยกัน ที่เราจะเที่ยวแบบเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน ที่ด้านล่างนี้เลยค่ะ

* ที่นี่คือเนปาล อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นรถติด ปิดถนน รถไม่ออก ฝนตก ฟ้าปิด พายุเข้า ผิดแผน ออกนอกเส้นทาง ไฟท์ล่าช้า เครื่องไม่บิน ตกลงแต่ไม่ตกลง พูดว่าใช่แต่ส่ายหน้า ทำอาหารนาน เป็นต้น จงยอมรับและมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ที่เราควบคุมไม่ได้ ด้วยการเปิดตาเปิดใจ อะไรที่ผิดแผน ไม่เป็นไปดั่งที่วางแผนไว้ ก็ทำการปรับเปลี่ยนใหม่ไปตามสถานการณ์นั้นๆ ให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่คาดหวัง และสนุกสนานด้วยกันนะคะ

** แผนการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนและ/หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น

*** การเดินทางท่องเที่ยวทุกประเภทนั้นมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งจากตัวเราเอง และ/หรือสิ่งรอบข้างที่คาดการณ์ไม่ได้ ดังนั้นแล้ว หยกขอปฏิเสธข้อเรียกร้องและความรับผิดชอบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากท่องเที่ยวตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยถือว่าเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริปนั้นตกลงใจในความรับผิดชอบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นใดๆ ด้วยตัวเองนะคะ

 

แผนการเดินทาง ลุย!

Day 0

เดินทาง ไทย - เนปาล หยกเรียก day 0 เพราะวันนี้เรายังไม่มีกิจกรรมใดๆ ค่ะ

การผจญภัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ เดินทางด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมา เมื่อถึงสนามบินตรีภูวัน ประเทศเนปาล ยื่นขอวีซ่า Visa on Arrival

จากนั้น เดินทางมาเจอกันที่ที่พักใน Kathmandu นะคะ (ค่าแท๊กซี่ประมาณ 600 - 800 rs ค่ะ)

Day 1

ช้อปปิ้ง เลือกซื้อ/เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง ลิ้มรสอาหาร และเดินเล่นชมเมือง

ลุยทาเมล เริ่มด้วยการช้อปปิ้ง หรือ เช่าอุปกรณ์เทรคกิ้ง หากใครอยากจะช้อปของฝาก ของที่ระลึกเลยก็ไม่ว่ากันค่ะ หยกจะพาไปเช่าถุงนอน (ขนห่านแท้), เสื้อหนาวดาวน์ (ขนห่านแท้) และไม้เท้าเดินป่า จากนั้นจะพาไปช้อปอุปกรณ์เทรคกิ้งที่จำเป็นค่ะ

ตามด้วยการช้อปของกิน ของใช้ที่เป็นประโยชน์ระหว่างเทรค เช่น water purification tablets, snickers, energy bar, ขนมต่างๆ และกระดาษชำระ เป็นต้น

Day 2

ออกเดินทางด้วยเครื่องบิน Kathmandu - Lukla (30 min) | Lukla 2850 m - Chumoa 2555 m (5 hr)

05.00 น. ออกเดินทางไปสนามบินค่ะ ปกติเที่ยวบินไป Lukla บิน 06.50 น. ค่ะ

เมื่อถึง Lukla 2850 m ก็ออกเริ่มเดินกันเลยค่ะ ทางเดินวันนี้ไม่ยากนะคะ

Day 3

Chumoa 2555 m - Namche Bazaar 3440 m (4.5 hr)

07.00 น. เริ่มเทรคกันเลยค่ะ ค่อยๆ ไปกันนะคะ วันนี้จะไปค้างที่ Namche 3440 m เลยค่ะ โดยที่วันนี้เพื่อนๆ จะมองเห็นคุณยอดเขา Everest ด้วยนะคะ (เห็นแค่ยอดจริงๆ ค่ะ)

Day 4

Acclimatization Day ที่ Namche Bazaar 3440 m

คืนนี้นอนนี่อีก 1 วันค่ะ เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศบนที่สูงให้ได้ดีขึ้น ช่วยในเรื่องของ AMS

Namche Bazaar เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่มาก มีทุกย่างที่ต้องการ มีร้านค้ามากมาย เผลอๆ ของเยอะกว่า Thamel ซะอีกนะคะ ช้อปปิ้งได้สนุกเลยค่ะ ทั้งยังมีร้านเบเกอรี่ และ ร้านคาเฟ่หลายร้าน มีมุมถ่ายรูปมากมาย เพลินเลยค่ะ

Day 5

Namche Bazaar 3440 m - Phortse 3810 m (6 hr)

07.30 น. วันนี้จะได้เห็นหิมาลัยสวยๆ หลายพีคนะคะ ไม่ว่าจะเป็น Amadablam, Lhotse รวมทั้ง Everst ด้วยค่ะ ได้เห็นยอด Everest เยอะกว่าวันแรกด้วยนะคะ

วันนี้จะเจอ Napali Flat เยอะหน่อยนะคะ ขึ้นๆ ลงๆ แต่แค่ช่วงสั้นๆ ค่ะ ไม่โหดมากนะคะ ถ้าไม่เจอ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงเนปาลค่ะ อิอิ

เพื่อนๆ อาจได้เจอ Danphe หรือ ไก่ฟ้าหิมาลัย ที่ตัวผู้นั้นมีสีสันสดใสนีออนสุดๆ ด้วยนะคะ และอาจจะได้เจอ Musk Deer อีกด้วยค่ะ

Day 6

Phortse 3810 m - Dingboche 4410 m (5.5 hr)

07.00 น. ทางเดินออกจาก Phortse นี่คือทางเดินช่วงโปรดของหยกเลยนะคะ เดินง่าย สนุก และสวยมากค่ะ ทั้งยังมักจะเห็น Himalayan Tahr หรือ แพะหิมาลัย ฝูงใหญ่ๆ ที่ใหญ่ มีเขาสวย ทั้งบางตัวยังมีขนที่มีเอกลักษณ์คล้ายๆ สิงโตเลยนะคะ วันนี้มีคุณพี่ Amadablam เดินเป็นเพื่อนค่ะ ยอดเขาสูงชะลูดมีเอกลักษณ์และสวยมากๆ ค่ะ

Day 7

Acclimatization Day: Dingboche 4410 m

วันนี้เป็นวันที่ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศบนที่สูงให้ได้ดีขึ้นค่ะ หยกจะพาเพื่อนๆ เดินเล่นชม stupa และชมหมู่บ้าน Dingboche จากมุมสูงกันค่ะ จะบอกว่าจุดชมวิวนั้นสวยมากๆ นะคะ

Day 8

Dingboche 4410 m - Chhukhung 4730 m (2.5 hr) | Acclimatization: Day Hike ไป Chhukhung Ri 5546 m (ขาไป 2-2.5 hr | ขากลับ 1.5-2 hr)

07.00 น. วันนี้เราเดินกันสั้นๆ ค่ะ ทางเดินไม่ยาก วิวสวยและบรรยากาศดีมากๆ ค่ะ

เมื่อถึง Chhukhung แล้วพักเติมพลังสักนิด แล้วไป acclimatize กันที่ Chhukhung Ri 5546 m กันค่ะ คืนนี้จะได้นานหลับสบาย และช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันข้าม Kongma La Pass ค่ะ

Day 9

Acclimatization และ Rest Day ที่ Chhukhung 4730 m: ถึงวันพักแล้วค่ะ

วันนี้วันพักจริงๆ แล้วค่ะ อยากทำอะไรก็ทำ ตื่นสายได้ตามสบายเลยนะคะ อยากไปเดินเล่นชมวิวสวยๆ ของ Island Peak Base Camp หรือ Imja Lake ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ไปได้นะคะ หรือ อยากจะชิวๆ อยู่ในที่พัก ก็ตามใจเลยค่ะ วันพักทั้งที่ ใช้ให้เต็มที่เลยนะคะ

Day 10

Chhukhung 4730 m - Lobuche 4910 m (4-5 hr)

07.00 น. เดินกลับทางเดิมไป Dingboche ค่ะ ทางเดินไป Dingboche ว่าสวยแล้ว ทางเดินหลังจากนี้สิสวยงามอลังการยิ่งกว่า หิมะที่ทำให้ทุกอย่างขาวสวย ดูแปลกตา และแน่นอนว่าสวยยิ่งขึ้นไปอีกเลยนะคะ ทั้งยังได้ทำความรู้จักกับยอดเขาหิมาลัยใหม่ๆ ที่มีชื่อ เช่น Pumori สวยงามมากก

Day 11

Lobuche 4910 m - Gorak Shep 5140 m (2.5 hr): Day Hike to EBC 5364 m (ขาไป 1-1.5 hr | ขากลับ 1 hr)

08.30 น. เมื่อวานเพื่อนๆ คงเหน็ดเหนื่อยจากข้ามพาสกันนะคะ วันนี้เราเดินกันสั้นๆ ไปหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ ค่ะ พักผ่อนกันให้เต็มที่ แล้วออกเดินสายๆ กันสักวันนะคะ ทางเดินวันนี้ไม่ยากด้วยค่ะ

เมื่อถึง Gorak Shep แล้ว ทานอาหารเที่ยงกันให้เรียบร้อย แล้วไป EBC ที่หลายๆ ท่านรอคอยกันค่ะ

Day 12

Acclimatization Day ที่ Gorak Shep: Day Hike to Kalapathar 5644 m (ขาไป 2-2.5 hr | ขากลับ 1.5-2 hr)

08.00 น. EBC ที่ว่าดังว่าฮิตแล้ว ที่ๆ หยกจะพาเพื่อนๆ ไปวันนี้นั้น ฮิตไม่เท่า แต่สวยงามมากกว่าเยอะเลยค่ะ กับ Kalapathar 5644 m ที่จะได้เห็นยอดเขา Everest จริงๆ จังๆ แล้วค่ะ

Day 13

Gorak Shep 5140 m - Periche 4200 m (5 hr)

07.00 น. วันนี้เดินไปต่อ Pheriche 4200 m ค่ะ โดยเดินกลับทางเดิมที่เดินมา เข้า Loboche ไปต่อ Dukla ก่อนเดินแยกเพื่อเข้า Pheriche แทนที่จะไป Dingboche ค่ะ ซึ่งทางเดินหลังจากนี้ ราบ เดินง่ายนะคะ

Day 14

Periche 4200 m - Tengboche 3867 m (5 hr)

07.00 น. วันนี้เดินกลับทางเก่าครึ่งนึงค่ะ จากนั้นจะพาเดินไปอีกเส้นทาง เพื่อวิวที่แตกต่างออกไป

Day 15

Tengboche 3867 m - Chumoa 2555 m (5.5 hr)

07.00 น. เดินลงยาวๆ ไปค่ะ แปปๆ ก็จะถึง Namche Bazaar แวะทานพิซซ่าและเค้กอร่อยๆ ก่อนไปต่อกันนะคะ

Day 16

Chumoa 2555 m - Lukla 2850 m (4 hr)

07.00 น. วันสุดท้ายของการเทรคกิ้งแล้วนะคะ ไปฉลองกันอีกรอบที่ Lukla ค่ะ

Day 17

ออกเดินทางด้วยเครื่องบิน Lukla - Kathmandu | ช้อปปิ้งของระลึกที่ Kathmandu

06.00 น. แพ๊คของเรียบร้อย แล้วเดินกันเบาๆ 5 นาที เพื่อไปสนามบิน Lukla เพื่อบินเข้า Kathmandu กันนะคะ

10.00 น. ลุยทาเมลและช้อปปิ้งกันอีกรอบค่ะ

Day 18

เดินทางกลับ เนปาล - ไทย

ทานอาหารเช้า ก่อนช้อปปิ้งทิ้งท้าย

เดินทางไปสนามบิน เพื่อกลับไทยพร้อมมิตรภาพ ความสนุก ความทรงจำที่ดี และเพื่อนใหม่ กับทริปที่ประทับใจสุดๆ ด้วยสายการบินที่เพื่อนๆ จองมาค่ะ เจอกันทริปหน้านะคะ (ค่าแท็กซี่ไปสนามบิน 600-800 rs ค่ะ)

  • มิตติ้งก่อนออกทริป ในกรุงเทพฯ (ไม่รวมอาหารเครื่องดื่ม) หรือ วิดีโอคอล เพื่อพูดคุยปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์
  • พาช้อป/เช่าอุปกรณ์เทรคที่เนปาล เพื่อการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ Kathmandu - Lukla รวมทั้งค่ารถไป-กลับ ที่พักใน Kathmandu - สนามบิน
  • ค่าที่พักจำนวน 3 คืนใน Kathmandu รวมอาหารเช้า (แชร์ห้องพัก)
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเดินป่า ในเขต Khumbu คือ Tourism Fee และ National Park Entrance Fee
  • ค่าเดินทางด้วยรถส่วนตัว ตลอดทั้งทริปตามที่กำหนดไว้ในแผนการเดินทาง (ยกเว้น ไป-กลับ สนามบิน ที่มาจากไทย และ กลับไทย)
  • ไกด์ไทย (หยกเองค่ะ) ตลอดทริป
  • ไกด์พื้นเมือง ระหว่างการเทรคกิ้ง
  • ลูกหาบ (20 กิโลกรัม) โดยลูกหาบ 1 คน ต่อ เทรคเกอร์ 2 คน (คนละ 10 กิโลกรัม)
  • ค่าเช่า duffle bag คนละ 1 ใบ เพื่อใส่ของให้ลูกหาบแบก
  • ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าที่พัก ของทั้งไกด์และลูกหาบตลอดเทรค
  • ค่าประกันการเดินทางของไกด์และลูกหาบ
  • การรักษาและความเจ็บป่วยใดๆ, ค่าใช้จ่ายในการกักตัว และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงโรคระบาดนี้ เช่น ค่าตรวจโควิด หรือ กรณีที่ต้องบินกลับไทยก่อนจบทริป เป็นต้น
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ BKK หรือ DMK-KTM (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเนปาล ($30 หรือ 1,000 บาท สำหรับวีซ่า 15 วัน)
  • ค่าเดินทางไป-กลับ สนามบินตรีภูวัน-เมืองทาเมล ที่มาจากไทยและกลับไทย
  • ค่าอาหารเที่ยง และ เย็น ใน Kathmandu
  • ค่าที่พักและมื้ออาหารตลอดการเทรค ตั้งแต่ Lukla จนถึงขากลับมาที่ Lukla (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)
  • ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดทริป
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดทั้งทริป เช่น ค่าอาบน้ำร้อน, ค่าอินเทอร์เน็ต, ค่าซักรีดเสื้อผ้า, ค่าโทรศัพท์ และค่าชาร์จไฟ เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ท่องเที่ยว เช่น การเช่าถุงนอน เป็นต้น
  • ค่าประกันการเดินทางที่ครอบคลุมโควิด และ การกู้ภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์บนที่สูงที่ครอบคลุมความสูงของเส้นทางที่เทรค (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)
  • ค่าสินน้ำใจตอบแทนสำหรับไกด์และลูกหาบ โดยเฉพาะคุณลูกหาบที่ทำให้เราได้เดินอย่างสบายๆ ไม่ต้องแบกของหนัก (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ คำถามที่พบบ่อย)

โปรดทราบว่า - สำคัญ

หลังจากชำระค่าทริปแล้ว ไม่ว่าจะ ชำระเต็มจำนวน หรือ ชำระบางส่วน เท่ากับว่า เพื่อนๆ ได้ตกลงยินยอมและยอมรับ รายละเอียดและเงื่อนไขการสำรองที่ (คลิกได้) รวมทั้ง ได้อ่านรายละเอียดทริป, ค่าใช้จ่ายรวมและไม่รวม และ คำถามที่พบบ่อย ครบถ้วน อย่างเข้าใจถ่องแท้ดีแล้วนะคะ

ขั้นตอนการสำรองที่

1). ทำการจองบนเว็บไซต์ได้เลย โดยเลือกทริปที่เพื่อนๆ สนใจ
2). กด "สำรองที่ พร้อมลุย!" พร้อมกรอกรายละเอียด (ชื่อสกุล, เบอร์โทร, อีเมล) ให้เรียบร้อย

ขั้นตอนการ "ยืนยัน" การสำรองที่

สำหรับทริปปลายปี 2565

1). ชำระค่าทริปครบจำนวน มาที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 016-433109-2 ชื่อบัญชี นางสาวสกุณา ศิริบูรณ์พิพัฒนา

2). ส่งหลักฐานการโอนเงิน โดยใส่หัวข้อว่า “ชำระที่เหลือ” มาที่ trips@sanooktiew.com หรือ ที่ LINE ID: sanooktiew

สำหรับทริปต้นปี 2566

1). ชำระมัดจำ 25% ของค่าทัวร์ มาที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 016-433109-2 ชื่อบัญชี นางสาวสกุณา ศิริบูรณ์พิพัฒนา

2). ส่งหลักฐานการโอนเงิน โดยใส่หัวข้อว่า “ชำระที่เหลือ” มาที่ trips@sanooktiew.com หรือ ที่ LINE ID: sanooktiew

การยกเลิกทริปหลังจากการยืนยันออกทริปนั้น อาจสร้างความเสียหายให้แก่หลายฝ่ายอย่างมากนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีจำนวนคนน้อยกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ จึงสร้างความเสียหายอย่างมาก ให้แก่ทั้งหยก ที่ได้จัดเตรียมทุกอย่างและชำระค่าใช้จ่ายในเนปาลไว้แล้ว และ เพื่อนๆ ในกลุ่มที่อาจซื้อตั๋วเครื่องบิน, ประกันการเดินทาง และ อื่นๆ ไปแล้ว

หยกขอให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจ “กฎเกณฑ์การคืนเงิน” อย่างถ่องแท้ ก่อนทำการยืนยันการสำรองที่ นะคะ เพื่อนๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รายละเอียดและเงื่อนไขการสำรองที่ (คลิกได้) เลยค่ะ

การยกเลิกทริป “ก่อน” ยืนยันออกทริป

  • หากต้องการยกเลิกทริป กรณีที่ “ยังไม่มีการยืนยันออกทริป” เพื่อนๆ จะ “ได้รับเงินทั้งหมด (มัดจำ) ที่ชำระมาแล้วคืน” ค่ะ

การยกเลิกทริป “หลัง” ยืนยันออกทริป

  1. แจ้งยกเลิก 91 วัน ก่อนเริ่มทริป “เก็บเงิน 10%” คืนเงินที่เหลือ
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek ก่อน 14 ก.ค. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek ก่อน 7 ส.ค. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek ก่อน 27 ส.ค. 2565
    • Langtang Trek ก่อน 10 ก.ย. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek ก่อน 25 ก.ย. 2565
  2. แจ้งยกเลิกระหว่าง 61 - 90 วัน ก่อนเริ่มทริป จะ “เก็บมัดจำ 25%” คืนเงินที่เหลือกรณีมีการชำระเข้ามา
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek ระหว่าง 13 ก.ค. - 13 ส.ค. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek ระหว่าง 8 ส.ค. - 6 ก.ย. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek ระหว่าง 28 ส.ค. - 26 ก.ย. 2565
    • Langtang Trek ระหว่าง 11 ก.ย. - 10 ต.ค. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek ระหว่าง 26 ก.ย. - 25 ต.ค. 2565
  3. แจ้งยกเลิกระหว่าง 31 - 60 วัน ก่อนเริ่มทริป จะ “ไม่ได้เงินคืน แต่จะได้เครดิตเงินคืน 50%” โดยสามารถใช้เครดิตนี้แทนเงินได้กับทุก SanookTiew Tours ได้ก่อนธันวาคมปีถัดไป
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek ระหว่าง 12 ส.ค. - 12 ก.ย. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek ระหว่าง 7 ก.ย. - 6 ต.ค. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek ระหว่าง 27 ก.ย. - 26 ต.ค. 2565
    • Langtang Trek ระหว่าง 11 ต.ค. - 9 พ.ย. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek ระหว่าง 26 ต.ค. - 24 พ.ย. 2565
  4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 30 วัน ก่อนเริ่มทริป จะ “ไม่ได้เงินคืนและไม่ได้เครดิตเงินคืน” นะคะ
    • EBC + 3 Pass + Kalapatthar Trek หลัง 13 ก.ย. 2565
    • Annapurna circuit +Tilicho Lake Trek หลัง 7 ต.ค. 2565
    • Mardi Himal Base Camp Trek หลัง 27 ต.ค. 2565
    • Langtang Trek หลัง 10 พ.ย. 2565
    • Annapurna Base Camp (ABC) Trek หลัง 25 พ.ย. 2565

ก่อนช่วงโรคระบาด มี 3 สายการบิน ที่บินตรงจากประเทศไทย คือ

1. Thai Airways

บินจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,500 - 18,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
ขาไป: 10.30 - 12.45 น.
ขากลับ: 13.55 - 18.30 น.

2. Nepal Airlines

บินจากสนามบินสุวรรณภูมิเช่นกัน มีเที่ยวบิน 3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น คือวันจันทร์, พุธ และศุกร์ วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับประมาณ 11,000 - 13,000 บาท มีอาหารบริการ และโหลดสัมภาระได้ฟรีในน้ำหนักที่กำหนด
ขาไป: 17.00 - 19.15 น.
ขากลับ: 11.25 - 16.00 น.

3. Lion Air

บินจากสนามบินดอนเมืองค่ะ มีเที่ยวบินทุกวัน วันละรอบ ค่าตั๋วไป-กลับ เริ่มต้น 7,500 บาท ไม่มีอาหารบริการ และต้องซื้อน้ำหนักโหลดสัมภาระเพิ่ม
ขาไป: 12.00 - 14.00 น.
ขากลับ: 15.00 - 19.45 น.

* ราคาค่าตั๋วโดยสารและเที่ยวบินสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โปรดตรวจสอบข้อมูลราคาและเที่ยวบินอีกครั้งก่อนเดินทางนะคะ เพื่อที่จะได้ราคาและเที่ยวบินที่เป็นปัจจุบันค่ะ

** ใกล้ๆ ทริป หรือ หากมีข้อมูลที่อัพเดทเรื่องสายการบินแล้ว หยกจะมาอัพเดทเที่ยวบินและราคาให้ค่ะ

ทริปจะเกิดขึ้น หลังมีการ “ยืนยันออกทริป” ค่ะ

โดยที่หยกจะ “ยืนยันออกทริป หากทริปมีเพื่อนร่วมทริป 3 - 4 ท่าน (ขึ้นกับทริป) และทุกท่านได้ทำการชำระค่าทริปเต็มจำนวนแล้ว” นั่นก็หมายความว่า เพื่อนๆ สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินและเตรียมตัวไปเทรคกันได้เลยค่ะ ในระหว่างนี้หยกจะทำการจองที่พัก จองรถส่วนตัวที่เนปาล ใบอนุญาตเดินป่า และจัดการเรื่องอื่นๆ ให้เรียบร้อยเลยด้วยนะคะ

หลังยืนยันออกทริปแล้ว เพื่อนๆ สามารถทำการซื้อตั๋วเครื่องบินไปเนปาลได้เลยค่ะ

งบอาหารและที่พักบนเขา

ค่าอาหารบนเขาแปรผันตามความสูงค่ะ ยิ่งสูงค่าอาหารก็ยิ่งแพง เพราะการขนส่งขึ้นไปที่ยากลำบาก และ ส่วนที่พัก หากเลือกห้องพักแบบมีห้องน้ำในตัว (ถ้ามี) จะมีราคาแพงกว่า แบบห้องน้ำรวม

  • $18-22 ต่อวัน สำหรับท่านที่ทานน้อย-กลาง
  • $22-30 ต่อวัน สำหรับทานที่ทานกลางๆ-มาก (โดยที่ EBC 3 Pass Trek สามารถสูงได้ถึง $35 ต่อวัน เพราะความสูงที่เราไปนั้นสูงเกิน 4,000 m ถึง 12 วัน)

หยกไม่ได้รวมค่าอาหารบนเขาไว้ในค่าทริป เพราะแต่ละท่านทานมากน้อยต่างกันค่ะ และเพื่อที่แต่ละท่านจะได้เลือกอาหารที่อยากทานเองได้อย่างอิสระ

*ไม่รวมค่าเครื่องดื่มน้ำเปล่าขวด, น้ำอัดลม หรือ แอลกอฮอล์ นะคะ

งบอาหารในเมือง

ค่าอาหารในเมือง ต่อมื้อเฉลี่ยประมาณ

  • เราสามารถหาร้านอาหารที่มีราคาพอๆ กับสตรีทฟู๊ด หรือ ร้านอาหารริมถนนในกรุงเทพได้ค่ะ คือมื้อละ 40-100 บาท/ท่าน
  • ทั้งนี้ ราคาอาหารสามารถแพงขึ้น หากเราเลือกที่จะทานร้านอาหารที่ดูดีขึ้นมาหน่อย หรือ ร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว คือมื้อละ 100-300 บาท/ท่าน

การเลือกทานอาหารในเมือง

นานๆ ได้ไปเที่ยวกันที หยกต้องการให้เพื่อนๆ มีอิสระในการทานอาหารต่างแดนค่ะ โดยที่หยกสามารถให้คำแนะนำได้ว่ามีอาหารประเภทไหนบ้าง เป็นแบบไหน ร้านไหนอร่อย ซึ่งแน่นอนว่าหยกมีร้านในใจหลายร้านมาแนะนำเลยค่ะ แล้วทางกลุ่มก็เลือกกันค่ะ เราก็จะไปกันแบบกลุ่ม หรือ หากอยากไปทานแยกร้านกันก็ได้เช่นกัน อิสระเต็มที่ จะสั่งทานเดี่ยวๆ หรือ จะแชร์กันก็ได้ค่ะ จะได้สนุกในการได้ลิ้มรสอาหารต่างชาติหลายๆ จาน ตามที่อยากทานเลยนะคะ

สรุป

หยกแนะนำว่า หากคำนวณงบคร่าวๆ ได้เท่าไหร่แล้ว ให้บวกเพิ่ม 15 - 25% เผื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ไม่คาดคิด และ ค่าอื่นๆ เช่น ค่าอาบน้ำ, ค่าชาร์จแบต, ค่าไวไฟ, ค่าซื้อของกินของใช้ต่างๆ (กระดาษชำระ, สบู่ หรือ ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น) และ ค่าทิปตอนจบทริป เป็นต้น เพราะเราไม่สามารถกดเงินสด หรือ แลกเงินระหว่างเทรคได้ หากเพื่อนๆ มีบัตรเครดิต แนะนำให้พกไปด้วยนะคะ เผื่อค่าพยาบาลอื่นๆ กรณีฉุกเฉินค่ะ

หากใส่ water purification tablets แล้ว ดื่มได้เลยไหม? จำเป็นต้องใช้(ซื้อ)ที่กรองน้ำหรือเปล่า?

ไม่จำเป็นต้องใช้ที่กรองน้ำค่ะ สามารถดื่มได้โดยตรงเลยค่ะ เพราะ water purification tablets นี้ได้ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ จนกลายเป็นน้ำดื่มที่ปลอดภัยแล้ว

การใช้ที่กรองน้ำนั้น จะช่วยในเรื่องการกรองตะกอนต่างๆ ให้ดูสะอาดและน่าดื่มเท่านั้นค่ะ ทั้งนี้ น้ำดื่มตามธรรมชาติบนเขานั้นค่อนข้างใสค่ะ ยกเว้นแต่บนที่สูงมากๆ ที่ต้องใช้น้ำจากหิมะที่ละลาย

หากเพื่อนๆ ท่านไหน อยากซื้อ ที่กรองน้ำ ปรึกษาหยกได้ค่ะ

หยกแนะนำให้ซื้อ water purification tablets โดยกะประมาณให้เพียงพอกับปริมาณน้ำที่จะดื่มตลอดเทรคนะคะ แนะนำให้ดื่มอย่างน้อยๆ 4 - 5 ลิตรต่อวัน นั่นก็หมายความว่าต้องใช้ 4 - 5 เม็ดต่อวัน หากมาเทรค 4 วัน ก็เตรียมมาให้มากกว่า 20 เม็ด เผื่อหล่น เผื่อหายค่ะ แต่หากใครดื่มน้ำเยอะมากๆ ก็จัดไป 50 เม็ดเลยค่ะ จะได้สบายใจ (ราคาไม่แพงค่ะ กล่องเล็กสุดมี 50 เม็ด ราคา 130 NPR หรือประมาณ 35 - 40 บาท เท่านั้นเองค่ะ)

*water purification tablets คือ ยาฆ่าเชื้อสำหรับน้ำดื่มแบบเม็ด

ง่ายๆ เลยค่ะ เพราะหยกจัดทริปหาเพื่อนใหม่ เที่ยวกันอย่างเพื่อน ดูแลอย่างคนในครอบครัว มาดูกันเลยค่ะว่า ทำไมต้องมาเทรคกับหยก... (ไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญนะคะ เพราะทุกข้อสำคัญหมดเลยค่ะ)

หยกจัดโปรแกรมเส้นทางเดินเองและวางแผนเอง ไม่ได้ซื้อแพ็คเกจผ่านเอเจนซี่ค่ะ

ซึ่งการจัดแผนการเดินเองเช่นนี้ จะมีเอกลักษณ์ค่ะ เพราะหยกจัดแผนการเดินเองอย่างพิถีพิถัน และ ใส่ใจ กับทุกรายละเอียด จึงมีอิสระอย่างเต็มที่ ทั้งการเลือกที่พักเอง และ เลือกหมู่บ้านที่จะพักเอง และ พาเทรคเอง

หากซื้อแพ็คเกจของเอเจนซี่ เค้าจะมีคอนเน็กชั่นกับที่พักบนเขา ที่ๆ เค้าจะให้ลูกค้าเค้าเข้าพักเป็นประจำ ที่ไม่ได้ตามใจเรา แต่ตามใจเค้าค่ะ

เส้นทางมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนทัวร์อื่นๆ และหาที่ไหนไม่ได้

ก็เพราะหยกจัดแผนการเดินเองยังไงล่ะคะ

หยกพาเที่ยว พาเทรคเอง สาวๆ ที่อยากมาคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

หลายคนคงกังวลหากต้องไปเทรคกับไกด์ท้องถิ่น ไกด์มักเป็นผู้ชายอีก หรือไปร่วมทริปกับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จักกัน โดยเฉพาะกับมือใหม่ที่ไม่เคยเทรค คงจะกลัวไปทำป้ำๆ เป่อๆ มีสิ่งที่กังวลและไม่เข้าใจอยู่หลายอย่าง แต่ไม่รู้จะถามใคร ไหนบางคนที่กังวลเรื่องภาษาอีก เนปาลีก็ไม่รู้เรื่อง ภาษาอังกฤษก็งูๆ ปลาๆ

"หยุดกังวลได้เลยค่ะ ถ้ามากับหยก"

หยกยินดีแบ่งปันประสบการณ์ทุกอย่างที่หยกมีเกี่ยวกับการเทรคกิ้ง และ การท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างเต็มที่ และ เต็มใจ ทั้งหยกยังให้คำแนะนำปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ด้วยตัวหยกเองอย่างละเอียด

"หยกใจเย็น ถามมา ตอบหมด ถึงไม่ถาม ก็บอกหมดเช่นกัน โดยบอกแบบอธิบาย พร้อมตัวอย่าง เพื่อให้เห็นภาพและให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น"

หยกเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง จึงเข้าใจได้ดี และสามารถอธิบายอย่างละเอียดให้เพื่อนๆ เข้าใจได้อย่างถ่องแท้เลยค่ะ

ส่วนใครที่ไม่ได้เรื่องภาษา ก็ไร้ความกังวลไปอีก

เพราะหยกอยู่ด้วยทุกที่ ตลอดทริปเลยนะคะ

ไม่พาชะโงกทัวร์ ยังมีเวลาพาช้อปอุปกรณ์เทรคกิ้ง และ เช่าของดีๆ ราคางามๆ

ที่ กาฐมาณฑุ หยกยังจะพาช้อป/เช่าอุปกรณ์กันหนาว อุปกรณ์เทรคกิ้งต่างๆ เช่น ไม้เท้าเดินป่า ที่เพื่อนๆ ขาดเหลือให้มีของครบและพร้อมสุดๆ โดยที่หยกได้จัดโปรแกรมแบบให้เรามีเวลาเลือกซื้อและพิจารณาอุปกรณ์เทรคกิ้งที่จำเป็น เปรียบเทียบหลายๆ ร้าน, คุณภาพ และราคา เลือกเอาที่ดีที่ตรงใจที่สุด ทั้งยังจะพาไปเช่าอุปกรณ์เทรคกิ้งบางอย่าง ที่ดีมีคุณภาพ สะอาด และราคาถูก ที่เพื่อนๆ จะต้องไปลอง และ ไปเลือกเองค่ะ

หยกมีประสบการณ์เทรคกิ้งที่มากมาย เทรคมาแล้วนับไม่ถ้วน แค่กับเนปาล ก็มาเนปาลแล้ว 6 ครั้งค่ะ

หยกจึงสามารถแบ่งปันประสบการณ์ บทเรียน และข้อผิดพลาด ให้เพื่อนๆ ได้อย่างเต็มที่ ให้เพื่อนๆ ได้ข้ามขั้น เรียนรู้จากประสบการณ์ของหยก ไม่ทำผิดซ้ำเหมือนที่หยกเคยทำ

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างเทรค หยกจะคอยแนะนำทริคต่างๆ เช่น การใช้เท้าเดินป่า สำหรับกรณีเดินขึ้นทางชัน, ทางลาด และ ทางเรียบ หรือ การสะพายกระเป๋าให้ไม่เจ็บหลังและไหล่ หรือ การดูแลตัวเองเพื่อนหลีกเลี่ยง AMS เป็นต้น

หยกจัดทริปเอง พาเที่ยวเอง เลยจะมีความพิเศษและใส่ใจแบบสุดๆ เหมือนกับไปเที่ยวกันเองกับเพื่อนจริงๆ

ก่อนเริ่มทริป หยกจะแจกเอกสาร check list ของที่ต้องเตรียมและข้อควรรู้ต่างๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้นทาง แต่ละสภาพอากาศ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวอย่างดีพร้อมที่สุด

ทั้งเมื่อถึงเนปาลแล้ว หยจะพาเพื่อนๆ ช้อป ลองเสื้อผ้า อุปกรณ์เทรคกิ้งต่างๆ ต่อรองราคากันให้สนุกไปเลย

และหยกยังจะพาเพื่อนๆ ไปลิ้มลองอาหารพื้นเมืองในร้านที่ส่วนใหญ่จะมีแต่คนพื้นเมือง ที่เพื่อนๆ จะได้สัมผัสถึงบรรยากาศของการท่องเที่ยวในแบบที่ไม่เคยมาก่อน โดยเพื่อนๆ จะมีอิสระในการเลือกทานอาหารที่อยากทานเอง โดยหยกจะให้คำแนะนำร้านอาหารประเภทต่างๆ ในเมือง (และอาหารประเภทต่างๆ บนเขา) ที่รับรองว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ เพื่อนๆ จะไม่ได้แค่การเทรคกิ้งแน่นอนค่ะ

ได้เพื่อนใหม่และมิตรภาพดีๆ กลับบ้านด้วย อย่างน้อยก็หยกคนนึงแล้วค่ะ อิอิ

อะฮ่า พร้อมที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนใหม่คนนี้แล้วใช่ไหมล่ะ

หยกขอแนะนำเจ้าที่หยกใช้บริการอยู่นะคะ (ไม่มีสปอนเซอร์ค่ะ) คือ ประกันการเดินทางของ "World Trips ซึ่งเป็นของ Tokio Marine ที่เป็นบริษัทญี่ปุ่น โดยที่เจ้านี้ครอบคลุมกิจกรรมการเทรคกิ้งบนภูเขาที่ความสูงไม่เกิน 4,500 เมตร + ครอบคลุมประเทศเนปาล + ครอบคลุมการรักษาพยาบาลกรณีติดโควิดด้วยค่ะ

จะมีประกัน 2 แพลน ให้ได้เลือก คือ Atlas Travel และ Atlas Premium โดยหยกจะเลือกตัว Atlas Premium ค่ะ เพราะให้ความคลุมครองที่ดีกว่า ลองเข้าไปศึกษาดูนะคะ

เพื่อนๆ สามารถดูขั้นตอนและวิธีการซื้อได้ที่นี่ ค่ะ

หยกขอให้เพื่อนๆ เตรียมไฟล์เอกสารดังต่อไปนี้ แล้วส่งเข้าอีเมล trips@sanooktiew.com ประมาณเดือนกันยายนนะคะ โดยหยกจะแจ้งวันอีกทีค่ะ

  • หนังสือเดินทาง ที่มีอายุเกิน 6 เดือนก่อนวันเดินทาง และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • รูปถ่ายพื้นหลังสีอ่อน (ถ่ายมาภายใน 6 เดือนนี้)
  • ประกันการเดินทาง หากใครซื้อเรียบร้อยแล้ว

หรือ จะส่งเป็นเอกสารตัวสำเนา มาให้หยกก็ได้ค่ะ ขอรูปถ่าย 3 รูปนะคะ

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีกฎหรือข้อบังคับใดๆ เกี่ยวกับการได้รับวัคซีนก่อนเดินทางเข้าประเทศเนปาล แต่ทั้งนี้ ก็มีวัคซีนที่แนะนำว่านักท่องเที่ยวควรได้รับค่ะ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูงในเนปาล จะเป็นวัคซีนชนิดไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่จะอยู่ในเนปาล ประเภทของกิจกรรมที่จะทำ ตลอดจนความเหมาะสมของตัวนักท่องเที่ยวเอง จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

ควรพึงระลึกอยู่เสมอว่า วัคซีนบางชนิดต้องฉีดมากกว่า 1 ครั้ง โดยอาจมีระยะเวลาห่างกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือนเลยก็ได้ จึงควรมีการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อวางแผนในการรับวัคซีนก่อนเดินทางแต่เนิ่นๆ นะคะ

วัคซีนที่แนะนำให้ได้ ได้แก่

  • Typhoid
  • Hepatitis A
  • Hepatitis B
  • Rabies
  • เป็นต้น

โดยสามารถปรึกษาเรื่องการรับวัคซีนได้ที่ คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลิ้งค์นี้ เลยค่ะ

ทิป คือสินน้ำใจ คือการตอบแทน ของงานบริการที่สุจริตค่ะ การที่เราให้ทิป เพื่อแทนความขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือดูแล แบ่งปันประสบการณ์ หากไม่มีท่าน การท่องเที่ยวคงไม่ราบรื่นและสนุกเท่า ทั้งเพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนอาชีพบริการที่สุจริตเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป และดีขึ้นเรื่อยๆ

ทิป ยังถือเป็นวัฒนธรรมของงานบริการที่สุจริตอีกด้วยนะคะ

โดยทั่วไปแล้ว เราให้ค่าทิปไกด์ไทย, ไกด์พื้นเมือง และ ลูกหาบ ไม่น้อยไปกว่า 700 - 1,500 NPR ต่อวันต่อคน ในส่วนของทิปลูกหาบนั้น ลูกหาบใครก็ให้ทิปเฉพาะลูกหาบที่แบกสัมภาระให้เรานะคะ ทั้งนี้ ยังขึ้นกับความเหมาะสมของระยะเวลา ความพึงพอใจ และ บริการที่ได้รับอีกด้วยนะคะ โดยที่เราจะให้เป็นเงินสกุล เนปาลีรูปี (NPR) หรือ USD ก็ได้ค่ะ

ตัวอย่าง

เช่น

  • ลูกหาบ 1 คน แบกของให้เรากับเพื่อน เทรคกัน 10 วัน แล้วลูกหาบคนนี้ดีมากๆ อารมณ์ดี ช่วยเหลือเราดีมาตลอด มีพลังบวก อยู่ด้วยตลอด 10 วันแล้วสบายใจ อยากจะทิปมากๆ แต่เรามีงบจำกัด ก็อาจจะให้ไปกลางๆ คือ 800 NPR ต่อวัน เทรค 10 วัน ก็ให้ไปทั้งหมด 8,000 NPR เรากับเพื่อนก็จ่ายให้ลูกหาบคนละ 4,000 NPR ค่ะ
  • ส่วนตัวหยกแล้ว ปกติหยกจะทิปลูกหาบ 800 - 1,200 NPR ต่อวันค่ะ กรณีที่บริการประทับใจสุดๆ ก็ 1,200 NPR ต่อวันเลยค่ะ หยกได้เดินเทรคสบายๆ ก็เพราะคุณลูกหาบนี้แหละค่ะ นับถือความแข็งแรงและการช่วยเหลือที่ดีเยี่ยมของเค้าจริงๆ เลยค่ะ

มีมากให้มาก มีน้อยให้น้อย มันเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมา และยังเป็นสินน้ำใจและกำลังใจให้คนเหล่านี้ได้ทำงานที่สุจริตต่อไป งานที่ช่วยให้เทรคเกอร์อย่างเราได้เดินเทรคตัวเบาอย่างสบายๆ

การเดินทางท่องเที่ยวทุกประเภทนั้นมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งจากตัวเราเอง และ/หรือสิ่งรอบข้างที่คาดการณ์ไม่ได้

ดังนั้นแล้ว หยกขอปฏิเสธข้อเรียกร้องและความรับผิดชอบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากท่องเที่ยวตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยถือว่าเพื่อนๆ ผู้ร่วมทริปนั้นตกลงใจในความรับผิดชอบกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นใดๆ ด้วยตัวเองนะคะ

แต่หากยังคงมีข้อข้องใจ, คำถามเพิ่มเติม, มีอะไรที่ไม่ชัดเจน หรือ ต้องการคำแนะนำอื่นใด อย่ารีรอ กดปุ่ม “คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริป หยกพร้อมตอบค่ะ” ที่ด้านบนของหน้านี้ (ข้างปุ่ม “สำรองที่ พร้อมลุย!”)

หรือ ส่งอีเมลเข้ามาถามหยกได้ที่ trips@sanooktiew.com หรือ แอดไลน์หยกมาที่ LINE ID: sanooktiew เพื่อสอบถามด่วนๆ เลยค่ะ

หยกจะรีบตอบกลับเพื่อช่วยไขสิ่งที่ค้างคาใจทันที มาร่วมทริป ไปเทรคกิ้งกับหยกนะคะ